เผาพลอยด้วย Beryllium

สินค้า

Diamond - แหวนเพชร (60) Diamond - ต่างหูเพชร (13) Diamond - ข้อมือเพชร กำไลเพชร (0) Diamond - สร้อยคอเพชร (0) Diamond - เพชรร่วง (0) ไข่มุก Southsea - สร้อยคอ (3) ไข่มุก Southsea - ต่างหู (1) ไข่มุก Southsea - แหวน (4) ไข่มุก Southsea - ข้อมือ (0) ไข่มุก Southsea - ครบชุด (0) ไข่มุก Southsea - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก Akoya - สร้อยคอ (0) ไข่มุก Akoya - ต่างหู (0) ไข่มุก Akoya - แหวน (23) ไข่มุก Akoya - ข้อมือ (0) ไข่มุก Akoya - ครบชุด (0) ไข่มุก Akoya - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก อันดามัน - สร้อยคอ (17) ไข่มุก อันดามัน - ต่างหู (30) ไข่มุก อันดามัน - แหวน (0) ไข่มุก อันดามัน - ข้อมือ (0) ไข่มุก อันดามัน - จี้ (11) ไข่มุก อันดามัน - ครบชุด (7) ไข่มุก อันดามัน - เม็ดร่วง (0) พลอยแท้ - แหวน (0) พลอยแท้ - ต่างหู (0) พลอยแท้ - ข้อมือ กำไล (0) พลอยแท้ - สร้อยคอ (0) พลอยแท้ - พลอยร่วง (1) เงินแท้ 925 - สร้อยคอ (0) เงินแท้ 925 - ต่างหู (0) เงินแท้ 925 - แหวน (0) เงินแท้ 925 - กรอบพระ (0) งานอะไล่ทองไมครอน (0) ขายแล้ว (11)

รายการสินค้าทั้งหมด

Login Form



สินค้าในตะกร้า




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

เผาพลอยด้วย Beryllium

เผาพลอยด้วย Beryllium

Of Beryllium and Beefsteak 1

การเผาพลอยด้วย bereyllium สามารถอธิบายความสัมพันธ์เหมือนดังการย่างเนื้อสเต็ก

ในทางอัญมณีศาสตร์ การเคลือบสี

(diffusion) เป็นวิธีที่การทำให้เกิดสีด้วยวิธีทางวิทยาศาตร์ที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ (artificial) ซึ่งไม่เหมือนกับการย้อมสี (dyeing) เสื้อผ้า

Of Beryllium and Beefsteak by John L. Emmett PhD

การเคลือบสี (diffusion) เป็นวิธีการที่ทำที่รู้จักกันแพร่หลายที่พบเห็นได้ในหลายๆบริบทที่ต่างกัน การย้อมผ้าก็เป็นกระบวนการเคลือบสีที่ทำไมใยผ้าที่ยาวต้องใช้หม้อย้อม สีย้อมก็จะย้อมได้เข้ม เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะสีที่ย้อมนั้นสามารถซึมลึกลงไปในเนื้อใยฝ้ายและทำ ให้มันหนาขึ้นและนั่นเป็นเหตุให้สีมันเข้มขึ้น

ในขณะที่การเคลือบสีทำให้ได้อัญมณีมีสีสวยในต้นทุนที่ต่ำถ้ามันสามารถเปิดเผยให้ชัดเจนข้อมูลได้ในทุกระดับในตลาด แต่ในความเป็นจริงการเคลือบสีในด้านอัญมณีศาสตร์ที่ใช้ในการเปลี่ยนสีอัญมณีไม่มีการเปิดเผยข้อมูลในตลาด คนบางคนแกล้งทำเป็นซื่อไม่ไปสมมติฐานว่าในทุกกรณีอยู่ที่เป้าหมายที่จะไปหลอกลวงผู้ซื้อ

Chemistry in Solid

ผู้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับเรื่องสาร เคมีในสภาวะของเหลว เช่นการทำปฎิกิริยาระหว่าง vinegar และ baking ในโซดา ในสารเคมีทั้งสองชนิดในกรณีนี้จะนำมาสัมผัสกันโดยการผสม ใช้ช้อนจุ่มลงในสารแล้วกวน สำหรับสารที่เป็นของแข็งก็สามารถทำปฎิกริยาต่อกันได้เช่นกัน แต่เราไม่ต้องใช้ช้อนลงไปกวนมัน

ถ้าเช่นนั้น สารเคมีที่เป็นของแข็งทำปฎิกิริยากันได้อย่างไร? มันมีวิธีที่จะวิ่งไปหากันเขาเรียกวิธีนั้นว่า การ diffusion (แพร่กระจาย) สารที่เป็นของแข็งก็ทำปฎิกิริยาเช่นเดียวกับสารที่เป็นของเหลว สิ่งที่แตกต่างก็เพียงเราสามารถไปกวนของเหวให้ผสมผสานกับสารเคมี แต่ในทำปฎิกิริยาของของแข็งการทำได้ด้วยวิธีนำสองสิ่งมาทำปฎิกิริยากัน การ diffusion แพร่กระจาย) จึงทำได้ช้ากว่าการกวนมาก ซึ่งเป็นเหตุผลทำไมการทำ diffusion ของ อัญมณีจึงใช้เวลานานในอุณหภูมิที่สูง เมื่อเราต้องการเติมสีให้กัยพลอยคอรันดัมธรรมชาติโดยการแพร่กระจาย titanium หรือ beryllium มันเป็นปฎิกิริยาของสารเคมีนี้ด้วยการแกะรอยหาส่วนประกอบพื้นฐาน (trace element) ในพลอยคอรันดัมที่เป็นตัวสร้างให้เกิดสี

Of Beryllium and Beefsteak 2

การซึมผ่านของน้ำ pickle beets ทำให้เกิดสีม่วงที่ขอบด้านนอกของไข่ขาว

การทำ diffusion จึงเป็นวิธีที่ใช้โดยปกติทั่วไป ในกรณีไข่ต้มทั้งเปลืกในน้ำส้มหัวบีทดอง ทำให้น้ำส้มได้ซึมเข้าไปผ่านเปลือกไข่และทำให้เกิดสีม่วงในเนื้อไข่ขาว สารย้อมสีในหัวบีทได้แพร่กระจาย (diffusion) เข้าไปในไข่ขาวเกิดเป็นการเคลือบสีแบบคลาสสิกของสีที่เข้มกว่าที่ผิวด้านนอก และจางลงเมื่อลึกเข้าไปด้านใน เนื่องจากมันทำในห้อแช่ของตู้เย็น ดังนั้นการ diffusion จึงไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องทำที่อุณภูมิที่สูง

So What is Diffusion?

Diffusion จึงเป็นกระบวนการที่อะตอมและ ions สามารถที่จะแพร่ผ่านสารที่เป็นของแข็งถ้าอุณหภูมิที่สูงอย่างเพียงพอ เพียงแต่ว่าอะตอมและอออนซึมผ่านของแข็งเข้าได้อย่างไร?

ของแข็งก็ไม้ได้เป็นของแข็งที่สมบูรณ์ มีระยะห่างระหว่างไอออน (อะตอม)ในผลึก และที่สำคัญในผลึกเองก็มีที่ว่างที่ไม่มีไอออนอยู่เช่นกัน เราเรียกที่ๆไอออนหายไปว่า “ที่ว่าง vacancies” หากให้พลังงานความร้อนที่เพียงพอ (อุณหภูมิสูงเพียงพอ) ตัวไอออนปฎิกิริยาจะสมารถเบียดตัวมันเองแทรกระหว่างไอออนเข้าไปแฝงตัวเข้าไป แล้วฝังตัวอยู่ใน ‘ที่ว่าง’’ ระหว่างผนังของผลึกที่ว่านี้ เมื่อมันกระทำดังนี้มันก็จะทิ้งที่เดิมของมันเกิดเป็น ‘ที่ว่าง’ ขึ้นมาใหม่ ดังนั้น ไออนที่แปลกปลอม (foreign ion) สามารถกระโดดผ่านผลึกของพลอยคอรันดัม (corundum crystal) โดยกระโดดจากที่ว่างหนึ่งไปยังอีกที่ว่างหนึ่ง

Characteristic of Diffusion

เนืองจากจำนวนที่ว่าง (vacancies) มีอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในผลึก การแพร่กระจายจึงมีทั้งกระโดดไปข้างหน้าหรือกระโดดไปข้างหลัง ฏระโดดขึ้นบนและกระโดดลงล่าง กระโดดไปข้างซ้าย กระโดดไปข้างขวา เป็นไปทั้งแบบเดินตรงๆ หรือเดินแบบขี้เมา อย่างไรก็ตามถือว่าโดยเฉลี่ยมี่การกระโดดมากมาย ไออนจะโดดหนีที่มีไอออนหนาแน่นไปยังที่ที่มีความหนาแน่นของไออนต่ำ การเป็นเช่นนี้ถือเป็นหลักการพื้นฐานที่เราเข้าใจกันในกระบวนการ diffusion หรือกล่าวโดยอีกนัยหนึ่ง การเคลื่อไหวทางกายภาพของฟิสิกส์จะเคลื่อไหวโดยการใช้พลังงานที่น้อยที่สุด นั้นคืเหตุผลทำไมน้ำจึงใหลลงไปที่ๆต่ำกว่า มัจะใหลลงพื้นดินเพื่อให้มันใช้ศักดาต่ำสุด

เนื่องจากการสุ่มเดินของ diffusion การซึมลึกไม่ได้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับเวลาแตมันจะเพิ่มเป็นสัดส่วนเส้นตรงกับ รากฐานสองของเวลา ดังนั้นถ้าต้องการซึมลึกสองเท่าต้องใช้เวลาเพิ่มเป็นสี่เท่าและถ้าต้องการ ซึมลึกเป็นสามเท่าต้องใช้เวลาเป็น 9 เท่าตัว สัมประสิทธิ์ของการแพร่กระจายจะสูงขึ้นเร็วมากเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น (exponential) เมื่อวัดจาดบรรยากาศ (absolute zero) เพราะจำนวน ‘ที่ว่าง’ จะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและการกระโดดต่อวินาฑีของไออนก็เพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

เราจึงสามารถเร่งความเร็วในการ diffusion โดยการเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อเราเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นจำนวนที่ ‘vacancies ที่ว่าง’ เพิ่มขึ้นอย่างมากมายและจำนวนการกระโดดต่อวินาฑีก็เพิ่มขึ้น ในข้อเท็จจริง ยิ่งเราเข้าใกล้จุดหลอมเหลวมากเท่าใด จำนวน ‘vacancies ที่ว่าง’ และ ‘loose ion’ ก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาลเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผลึกน้นแยกออกจากกัน นั้นคือมันเข้าสู่สภาพการหลอมตัว

Of Beryllium and Beefsteak 3

สมการการนำความร้อนของวัตถุที่เป็นของแข็ง

ไม่ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะเข้าใจในสองสมการที่ขียนข้างบน แต่ที่มันแสดงก็เป็นสิ่งเดียวกัน นั่นคือเส้นทางที่ไอออนที่แปลกปลอม (foreign ions) บนผิวของคริสตอลแพร่กระจายเข้าไปด้านในของผลึก นั้นก็เป็นเส้นทางเดียวกันกับเส้นทางที่ความร้อนที่ส่งผ่านจากผิวนอกของผลึก เข้าไปยังด้านในของผลึก สมการของการแพร่ไออนของการ diffusion ถูกคำนวณด้วยสมการเดียวกันกับสมการการแพร่ความร้อน

Of Beryllium and Beefsteak 4

การ diffusion ที่เกิดขึ้นกับการอบมันฝรั่ง

การอบมันฝรั่งก็เป็นการ diffusion เช่นกันกับการ diffusion สีในอัญมณีและดังนั้นก้เป็นไปตามหลักการเดียวกัน เมื่อมันฝรั่งถูกอบอยู่ในเตา ความร้อนด้วยเตาอบที่กระทบลงบนผิวของมันฝรั่ง เป็นการ diffusion เข้าด้านใน ทำให้อุณหภูมิด้านในสูงขึ้นและดังนั้นมันก็เกิดการสุก “cooking” มันฝรั่งที่มีขนาดใหญ่เป็นจากผิวนอกเข้าสู่จุดศูนย์กลางสองเท่าของลูกเล็ก การแพร่กระจายเข้าไปก็มีระยะทางเป็นสองเท่าแต่ลูกใหญ่ต้องใช้เวลาเป็นสี่ เท่าของลูกเล็กจึงจะแพร่ความร้อนเข้าไปถึงศูนย์กลางให้มีอุณหภมิสูงเท่าลูก เล็ก ฝรั่งจาก Idaho ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพื่อจะอบให้สุกในขณะที่มันฝรั่งจากฝรั่งเศสใช้เวลาเพียง 15 นาฑี เมื่อท่านจะใช้วิธี diffusion กับอัญมณี ขอให้คำนวณด้วยวิธีเดียวกับที่ยกตัวอย่างมันฝรั่งมาอธิบาย ถ้าอะไรที่ไม่เกิดกับมันฝรั่ง มันก็จะไม่เกิดกับอัญมณีเช่นกัน

Of Beryllium and Beefsteak 5

พลอยสีน้ำเงินเป็นพลอยชนิดแรกๆที่ถูกนำมาทำกรรมวิธี diffusion เพื่อการเคลือบสีด้วย Titanium

การ diffusion กับพลอยคอรันดัมชนิดแรกได้แก่พลอยสีน้ำเงิน เป็นผลที่ได้จากการเผาที่พลอย geuda เป็นพลอยไร้สีจาก Sri Lanka ทำให้สารไตตาเนี่ยมได้แพร่เข้าไปด้านใน  ในกรณีนี้ไอออนของสารเคมีไตตาเนียมได้แพร่เข้าไปแล้สทำปฎิกิริยากับธาตุ เหล็กในผลึกของพลอยเกิดเป็นคู่ Fe-Ti ที่ก่อให้เกิดสีน้ำเงินในอัญมณี การแพร่ diffusion นี้จะเกิดปฎิกิริยาเมื่อเผาที่อุณหภูมิสูงมากทำให้เกิดความเสียหายที่ผิว ด้านนอกของพลอย ดังนั้นหลังการเผา ผิวด้านนอกต้องถูกเจียรไนออกไป เมื่อนำพลอยไปจุ่มลงไปในของเหลวที่มีดัชนีที่เท่ากับผิวหน้าพลอยที่เจียไนขะ ปรากฎผิวขอบด้านนอก (outlined) เป็นสีเข้ม ขอให้จำไว้ด้วยว่า เราจะนำเรื่องภาพถ่ายของสีน้ำเงินนี้มาปรึกษากันภายหลัง

Of Beryllium and Beefsteak 6

(ซ้าย) แซฟไฟร์ศรีลังกาก่อนการเผา (ขวา) หลังการทำ diffusion treatment

ภาพถ่ายบนซ้ายเป็นภาพก่อนการเผา และภาพบนขวาเป็นภาพหลังการเผาเป็นผลการทดลองเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อนำพลอย geuda จากเหมืองใน Sri Lanka มาเผา ส่วนใหญ่มันจะเปลี่ยนเป็นพลอยพื้นฐานที่ไร้สี พลอยภาพที่อยู่ทางซ้ายมือเป็นพลอยกลุ่มนี้ แต่สีของมันได้รับการเพิ่มเข้าไปเล็กน้อยด้วย photo-shop ดังนั้นท่านจึงเห็นมันมีสีน้ำเงินจางๆ หรือสีเหลืองซีดปนอยู่จางๆในพลอยบางเม็ด พลอยถูกบรรจุอยู่ในผง alumina powder ซึ่งมีส่วนผสมของไตตาเนียมไดอ๊อกไซด์อยู่เล็กน้อย และจากนั้นก็เผาไปจนถึงอุณหภูมิ 1,650 องศาในเวลา 150 ชั่วโมง พลอยหลังการเผาแสดงในภาพด้านขวาซึ่งเป็นสีที่แท้จริงไม่ได้ปรุงแต่งสี

  • ข้อสังเกตุ มันมีการซึมลึกของสีที่แตกต่งกันกว้างมากนั่นเป็นการสะท้อนถึงความหนาแน่นของธาตุเหล็กที่มีอยู่ในพลอย geuda โดยธรรมชาติ
  • ข้อสังเกตอีกประการคือผิวของมันมีรอยร้าว ซึ่งจะต้องเจียรไนทิ้งผิวที่เส๊ยนี้ไปหลังการ diffusion

Type of Diffusion

Of Beryllium and Beefsteak 7

การ diffusion มี 3 ชนิด

ก่อนที่จะลงลึกในธรรมชาติของการ diffusion ในอัญมณี มันมีค่าควรแก่การตั้งข้อสังเกตุว่าการ diffusion ของพลอยมีผิวด้านนอกมีอยู่ 3 แบบคือ

  1. Surface diffusion จะเกิดขึ้นเมื่อมีปริมาณของไตตาเนี่ยมจำนวนน้อยที่แพร่เข้าไปด้านใน ทำให้ได้ผิวของชั้นสีที่บาง และจากนั้นก็นำไปเผา และแม้ว่ามันจะไม่หลอมตัวและใหล มันก็เกิกการ diffusion เฉพาะที่ผิวด้านนอก
  2. Bulk or Lattice เกิดขึ้นเมื่อ diffusion แพร่เข้าโดยตรงไปที่ผนังผลึกของพลอยในปริมาณที่มากและสม่ำเสมอ uniform manner
  3. Boundary or Short circuit เกิดขึ้นเมื่อผลึกคริสตัลมีความหนาแน่นของการอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง (dislocation) หรือโครงสร้วภายในเช่นพบว่ามีชั้นบางๆของไมก้า หรือชั้นที่สลับกันของแร่เดฟลสปาร์ ตามแนวนี้จะทำให้เกิดเขตแดนหรือการเปลี่ยแปลงตำแหน่ง การ diffusion จะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าชนิด bulk ดูตัวอย่างต่อไปนี้
Of Beryllium and Beefsteak 8

การทำ titanium-diffusion กับพลอยแซฟไฟร์ศรีลังกา

ภาพถ่าย wafer ข้างบนเกิดจากการที่ titanium-diffusion เข้าไปในผิวหน้าของอัญมณี มันเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า bulk diffusion ข้อสังเกตุ การแพร่เข้าไปด้านในเป็นไปสม่ำเสมอ ความลึกประมาณ 0.2 mm ท่านสามารถเห็นความเสียหายเกิดขึ้นที่ผิวอันเนื่องจาการเผา ดังนั้นหลังการเผ่ต้องนำไปเจียรไนทิ้งส่วนที่เสียหายนี้ทิ้งไป

Of Beryllium and Beefsteak 9

การทำ copper-diffusion กับแร่ labradorite

ภาพ wafer ข้างบนเกิดจากผลึก labradorite ที่ผ่านการ diffusion ด้วยธาตุทองแดงที่ 1100 องศา เป็นลักษณะของ bulk diffusion แต่ก็ไม่ใคร่สม่ำเสมอนัก

Of Beryllium and Beefsteak 10

การเกิด surface diffusion และ lattice-diffusion กับแซฟไฟร์ศรีลังกา

ภาพ wafer ข้างบนเกิดขึ้นเป็นอีก titanium-diffusion ของพลอยแซฟไฟร์ อย่างไรก็ตามภาพแสดงการเกิดทั้ง surface diffusion และ bulk diffusion พลอยเม็ดนี้มีมลทินรูปรอยพิมพ์ลายนิ้วมือเล็กน้อยที่ผิวหน้าการเกิดรอยพิมพ์ ลายนิ้วมือเป็นข้อสนับสนุนว่าเกิดการ fast diffusion ของ titanium การเกิด fast diffusion ผ่ากลางตลอดแนวขวางของก้อนพลอย และก็เป็นจุดเริ่มเกิด bulk-diffusion ที่ผิวด้านนี้เช่นกัน

Of Beryllium and Beefsteak 11

ตะปูอลูมิเนียมสองข้างช่วยลดเวลาการอบมันฝรั่งลง

Short circuit diffusion ก็เป็นที่คุ้นเคยเช่นกัน หลายปีก่อนที่ห้องครัว kitchen gadget shops ได้ขายมันฝรั่งที่อบด้วยการเสียบตะปูแท่งยาวเพื่อลดเวลาในการอบลง ไอเดียค่อนข้างพื้นๆ การนำความร้อนผ่านตะปูอลูมีเนียมจะผ่านได้เร็วกว่าการนำความร้อนผ่านเนื้อ ของมันฝรั่ง ดังนั้นมันฝรั่งสามารถให้ความร้อนจากด้านใน และจากด้านนอกเข้ามา ด้วยวิธีนี้จะทำให้ลดเวลาลงสองเท่าดังนั้นจึงลดเวลาลงจาก สี่เท่า ด้วยกรรมวิธีที่ใช้แท่งตะปูมันกลับมีผลได้อย่างดี

Of Beryllium and Beefsteak 12

มู่ลี่บังแดดเป็นชั้นๆมีแนวนอนที่เป็นด้านยาว และมีแนวตั้งเป็นด้านกว้าง

ภาพข้างบนแสดงการเป็นชั้นๆของมู่ลี่บัง แดด (plasterboard) สำหรับผนังบ้าน มันเป็นชั้นๆรูปทรงทรงเรขาคณิต ถ้านำไปรับน้ำฝนตกแล้วเปิดด้านเรียบยาวขึ้น มันจะทำให้ต้องใช้เวลานานจึงจะทำให้ร่องตรงกลางเปียกน้ำฝนได้ อย่างไรก็ตามถ้ายกด้านขอบด้านกว้างขึ้นไปรับน้ำฝน ตรงกลางจะเปียกฝนได้เร็วมาก แร่ส่วนใหญ่ก็จะมีโครงสร้างเป็นชั้นๆและชั้นดังกล่าวก็แสดงออก short circuit diffusion เหมือนดังเช่นมู่ลี่กันแดด (plasticboard) ที่อธิบายข้างต้น

Of Beryllium and Beefsteak 13

การเรียงอิฐบล็อกที่ทำให้อิฐเกิดหน้าสัมผัสทั้งสามแนวแกน x-y-z (three-dimension)

ภาพข้างบนก็เป็นอีกลักษณะชั้นของโครง สร้างการเรียงอิฐโกดังบ้านในท้องถิ่น ในกรณีนี้มีการสัมผัสในสามทิศทางของโครงสร้าง และอีกครั้งหนึ่งที่ short circuit diffusion สามารถเกิดขึ้นได้ทุกด้านที่ก้อนอิฐหันหน้าชนกัน แร่ Feldspar ซึ่งเป็นแร่เบื้องต้นผสมของสารสองชนิดรวมกัน มีปัจจัยที่จะไม่ผสมรวมกันเมื่อแร่ลดอุณหภูมิลงจากจุดที่เปลี่ยนสถานะ โครงสร้างของชั้นนี้ไม่รวมตัวกันขณะเย็นตัวลงนี้ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างของ แร่ดังที่ได้ใช้โรงสร้างอิฐอธิบายดังกล่าว สามารถแสดงการสะท้อนแสงที่สวยงามเช่นการเป็น monochromatic labradorescence ของ fine moonstones เมื่อเกิดการ diffusion แล้วโครงสร้างชั้นนี้จะแสดง anisotropic diffusion อย่างมากมาย เป็นผลมาจากการเกิด short circuit diffusion

Of Beryllium and Beefsteak 14

การเกิด shor-circiut และ bulk diffusion ของทองแดงซึมเข้าแร่ labradorite

ภาพข้างบนแสดง copper-diffused labradorite แสดงทั้ง bulk และ short circuit diffusion ได้เคลื่อนประมาณ 10% ด้านขวางของขนาด ในขณะที่ short circuit เกิดในด้านขวางของแผ่น slab

Of Beryllium and Beefsteak 15

การเกิด diffusion เป็นรูปหกเหลี่ยม

ภาพนี้ต้องการแสดงอะไ?  ข้อน่าสังเกตุการเติบโตของรูปโครงสร้างหกเหลี่ยมและสีขอบที่คมชัด เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการเกิด diffusion กระนั้นหรือ?

Of Beryllium and Beefsteak 16

ภาพหัวแครอตธรรมดาๆที่เราปลูกในสวน

ไม่ นี่คือหัวแครอตธรรมดาสีม่วงที่เพาะปลูกจากในสวนนั่นเอง หรือผมกำลังทำให้ท่านเสียเวลากับการแสดงภาพนี้ ผมหวังว่าไม่ ในฐานะนักอัญมณีศาสตร์ มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่มีสีคมชัดที่ขอบโดย รอบจะเป็นการเกิดสีด้วยสาเหตุจากวิธี diffusion เสมอไป แต่การเกิดองค์ประกอบสีที่แตกต่างนั้นเป็นการยกระดับการเกี่ยวเนื่อง ไม่ใช่ว่าการเกิด diffusion จะเป็นเกิดขึ้นในห้องแล็ปแต่เพียงอย่างเดียว การเกิด difusion สามารถเกิเองในธรรมชาติได้ด้วย และการเกิดเกิดสีเข้มตามขอบรอบนอกก็ไม่ได้เกิดจากการ diffusion แต่ประการเดียว ในสาเหตุการเกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนสารเคมีของผลึกคริสตัลจากสิ่ง แวดล้อมขณะที่กำลังเติบโต

Of Beryllium and Beefsteak 17

ภาพวาดจำลองแสดงเวลาที่ใช้ในการ diffusion ที่แปรผันตาม square root สองของเวลา

ดังได้กล่าวไว้ก่อนนี้ ความลึกของสีไม่ได้เป็นสัดส่วนตรงกับเวลา ผมขอย้ำว่ามันจะเพิ่มขึ้นตามเวลาฐานสอง ภาพแสดงข้างบนแสดงด้วยภาพวาด (graphically) แสดงการซึมลึกใน 1 ชม. 10 ชม. 100 ชม. เข้าไปในแผ่นหนา เป็นภาพวาดเพื่อสาธิต ไม่ใช่เกิดจากการทดลองจริง

Of Beryllium and Beefsteak 18

ภาพวาดจำลองการเกิด diffusion เมื่อเผาด้วยเวลาที่นานเพียงพอ

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อลูกหินก้อนกลมถูก diffused เพื่อให้ diffusion เกิดขึ้นจากผิวด้านนอกทั้งหมดในเวลาเดียวกัน อีกครั้งหนึงที่การ diffusion เคลื่อนตามทิศทางของการเกิดความเข้มข้นต่ำกว่า ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ตรงกลางของลูกหิน ถ้าการ diffusion ถูกทำต่อเนื่องในระยะเวลาที่เพียงพอ ก้อนหินทั้งก้อนก็จะเกืดความเข้มข้นเท่ากันตลอดก้อน อย่างไรก็ตามการเกิดความเข้มข้นจะเกิดบริเวณตรงกลางเป็นจุดสุดท้าย

ภาพขยายเนื้อสเต็กที่แสดงไว้เป็นภาพนำ บทความเรื่องนี้แสดงเป็นภาพตัวอย่างจริงของการเกิด diffusion ข้างต้น เราทราบว่าสีของเนื้อจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิที่เนื้อถูก diffuses สีที่เปลี่ยนแปลงไปก็แสดงชัดเจนในภาพ ข้อสังเกตุว่าบริเวณโดยรอบผิวนอกจะเปลี่ยนไปใกล้เคียงกับรูปวงกลมมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ในขณะที่การ diffusion แพร่จากจุดใกลกว่าเข้าไปด้านใน ทิศทางการแพร่นี้เป็นไปตามหลักความจริงที่ว่าทิศทางจะไปยังที่ที่มีความเข้ม ข้นต่ำกว่า หรือในกรณีนี้อุณหภูมิน้อยที่สุด

ท่านพอจะจำความเข้มของสีตามขอบผิวนอก ของแซฟร์สีน้ำเงินบน titanium-diffusion ที่แสดงไว้ก่อนนี้ มันมาได้อย่างไร? ขอให้ท่านจินตนาการการตัดสไลส์เป็นชิ้นบางๆจากทั้งผิวด้านบนและผิวด้านล่าง ของเนื้อสเต็กเพื่อเอาชั้นเนื้อสีน้ำตาลออก อะไรจะเหลือบนชิ้นสเต็กทั้งผิวชั้นบนและชั้นล่าง นี่เป็นเหตุผลเช่นเดียวกับว่าทำไมจึงต้องเจียรไนผิวนอกของแซฟไฟร์ทิ้งไป สีน้ำเงินส่วนที่เข้มที่สุดยังคงเหลืออยู่ใต้หน้าพลอยที่เจียรไนออกไป

Of Beryllium and Beefsteak 19

เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิด diffusion จากด้านในออกข้างนอก เพราะมันจะเหมือนน้ำใหลจากตีนเขาขึ้นยอดเขา

เมื่อสองปีก่อน ผู้เขียนได้ไปฟังเล็คเชอร์โดยนักอัญฒณีศามตร์ผู้ซึ่นำสไลด์ของ cuprian tourmaline ที่มีสีน้ำเงินเข้มลึกอยู่ในตรงกลางมากกว่าด้านนอก วิทยากรกล่าว่ามันเป็นบ่งชี้ว่ามันถูก diffusion มาแล้วเพราะไอออนที่เป็นสีถูก diffusion จากด้านในและจากทุกด้านและจะ แน่นอนว่ามีความเข้มข้นอยู่ที่ตรงกลาง กรณีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลักการพื้นฐานของการเกิด diffusion ต้องเกิดในทิศทางที่ความเข้มข้นที่ “ต่ำกว่า”ไม่ใช่ ในทิศทางที่ความเข้มข้นที่ “สูงกว่า” หากการเกิด diffusion จากด้านในออกและจากทั่วทั้งผิวนอก ตัวอย่างที่นำมาแสดงเป็นได้เพียงมาเป็นความเข้มข้นที่สม่ำเสมอทุกแห่ง และที่ตรงกลางก็จะเป็นจุดสุดท้ายที่จะเป็นจุดที่เข้มข้น ขอให้จำไว้เสมอว่าน้ำจะไม่ใหลขึ้นเขา

ในครั้งต่อไปถ้ามีใครมาบอกท่านว่า diffusion จะเกิดที่จุดเข้มข้นที่ตรงกลางถามเขาว่าเขาเคยได้รับการเสริฟสเต็กที่สุกใน แต่ดิบนอกหรือไม่? สิ่งที่ต้องการให้ท่านจำไว้ก็คือถ้าท่านไม่สามารถเห็นสิ่งที่ท่านจะไปถึง เหมือนการ diffusion ที่เกิดกับเนื้อสะเต็กหรือการอบมันฝรั่ง มันน่าจะไม่ใช่การเกิด diffusion อย่างแน่นอน

Beryllium

Of Beryllium and Beefsteak 20

ภาพการเกิด beryllium-diffusion

Beryllium diffusion เป็นกรณีฉ้อฉลที่ล่าสุดถูกนำมาหลอกขายในหมู่สังคมผู้ค้าอัญมณีภายใต้การเส แสร้งว่า “เป็นวิธีของใหม่ของฉัน” หรือ “กรรมวิธีใหม่” แต่แน่นอน มันไม่เป็นการ diffusion ภาพที่แสดงนี้ เป็นหนึ่งในภาพล่าสุดของพลอยที่ผ่านการ beryllium-diffused  ข้อสังเกตุ ชั้นสีค่อนข้างหนาเมื่อเราเปรียบเทียบกับชั้นสีพลอยแซฟไฟร์ที่เกิดจาก titanium-diffused ด้วยข้อเท็จจริง การทำ diffusion กับพลอยเม็ดเล็กๆสามารถทำเสร็จในเวลาสองสามวัน เนื่องจากการ diffusion ของธาตุ beryllium ทำได้เร็วกว่าธาตุ titanium เป็นอย่างมาก

Of Beryllium and Beefsteak 21

สองชิ้นนี้เป็นพลอยสัเคราะห์บริสุทธิ์ที่ผ่านการทำ beryllium-diffusion มาแล้ว

สองชิ้นนี้มีเป็นแซฟไฟร์สังเคราะห์ (synthetic sapphire) ทีมีความบริสุทธิ์ที่สูงและได้ผ่านการ diffused ด้วย beryllium มาแล้ว ข้อสังเกตุ สีที่ออกส้มอมน้ำตาล (orangish-brown) เปรียบเทียบกับสีเหลืองของภาพที่แล้ว

ภาพต่อไปนี้แสดงผลที่ได้จาก beryllium diffusion กับกลุ่มพลอย parcel of Ilakaka จาก Madagascar ข้อสังเกตุมีสีหลากสีที้เกิดขึ้น

Of Beryllium and Beefsteak 22

(ซ้าย) พลอยจาก Ilakaka, Madagascar ก่อนเผา (ขวาม) หลังการทำ diffusion treatement

Of Beryllium and Beefsteak 23

(ซ้าย) พลอยจาก Songea, Tanzania ก่อนเผา (ขวา) หลังการทำ diffusion treatment

ที่เห็นเป็น พลอยแซฟไฟร์ Songea จาก Tanzania ทีผ่านการ beryllium diffused มาแล้ว มันเป็นที่น่าสนใจที่จะตั้งข้อสังเกตุว่าเฉดสีที่ได้จากกรรมวิธีนี้ค่อนข้าง คล้าบกันแต่จะต่างกัยเพียงระดับของความอิ่มตัวของสี

Of Beryllium and Beefsteak 24

(ซ้าย) แซฟไฟร์จาก King's Plain, Australia ก่อนเผา (ขวา) หลังการทำ diffusion treatement

Beryllium diffusion ของแซฟไฟร์ basaltic จาก King’s Plain, NWS, Australia ทำให้เกิดผลลัพย์ที่มากมาย สีน้ำเงิน apaque ที่เข้มจนมืดก็พบว่ามีสีน้ำเงินที่จางกว่าในขณะที่เหลือจะมีสีเหลืองที่เข้ม กว่า yield ของการเจียรไนสามารถเพิ่มขึ้นมากมายเมื่อผ่านการ diffusion ด้วย beryllium

The Many Colors Produced by Diffusion

Titanium diffusion ทำให้เกิดได้แต่กับสีน้ำเงิน แต่ beryllium diffusion สามารถทำให้เกิดสีได้หลายสี ทำไม?

พลอยคอรันดัมประกอบด้วยอลูมิเนียมและ ออกซิเจน (AlO3) ไม่มีอิออนใดที่ดูดซึมสีของแสงในแถบสเป็คตรัม นี่คือสาเหตุทำไมคอรันดัมบริสุทธิ์จะไม่มีสี (colorless) เมื่อธาตุไตตาเนียมแทรกตัวเข้าไปในอะตอมเหล็กที่ปนอยู่ในแซฟไฟร์ นั้นเป็นเพราะปฎิกริยาที่เกิดขึ้นเพียง Fe-Ti จับกันเป็นคู่ ในสถานะการณ์ที่ค่อนข้าแตกต่างกับ beryllium

ในพลอยคอรันดัมจะประกอบด้วยอลูมิเนียม 3 ไอออน และออกซิเจนสองไอออน ถ้าเรานำไปทำ diffusion กับธาตุ beryllium มันก็จะไปทำปฎิกรยากับฝั้งที่เป็นอลูมิเนียม ไม่ใช่ฝั่งที่เป็นออกซิเจน แต่มันก็มีปัญหาเหมือนกัน เพราะ beryllium มีสองไอออน ไม่ใช่ 3 ไอออน เหมือนอลูมิเนียม ดังนั้นต้องมีอะไรให้มากับผลึกคริสตัลเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีไออนของออกซิเจนตัวที่ใกล้ที่สุดมารวมตัวไป 1 ไอออนลบ ดังนั้นออกซิเจนอันนั้นก็จะเหลือเพียง 1 ไอออนลบ ในแง่ของนักฟิสิกส์จะเรียกออกซิจเจนที่มีเพีบงไอออนดียวนี้ว่า “trapped hole หรือหลุมกับดัก” มันจะเป้ฯไอออนของออกซิเจนที่เคลื่อนตัวจากผลึกอันหนึ่งไปอีกอันหนึ่งได้ อย่างคล่องตัว ขณะที่ออกซิเจนที่มีสองไอออนจะไม่ดูดซึมสีของแสง แต่ไอออนออกซิเจนที่มีไอออนเดียวหรือที่รัยกว่า “trapped hole” กลับดูดซึมสีของแสง ดังสีของอัญมณีที่ผ่านการ diffusion ด้วย beryllium ที่แสดงในสไลด์ที่ผ่านมา

การที่ไอออนออกซิเจนที่เป็น“trapped hole” สามารถดูดซึมสีของแสงได้ ทำให้เราเห็นเป็นสีเกิดขึ้นในอัญมณีขึ้นอยู่กับระดับว่ามันเป็นไอออนของธาตุ โลหะชนิดใดที่อยู่ใกล้

  • ถ้ามันใกล้ธาตุ beryllium สีก็จะออกมาเป็นส้มอมน้ำตาล (orangish-brown)
  • ถ้าใกล้ธาตุเหล็ก มันก็จะออกมาเป็นสีเหลืองทอง (golden yellow)
  • ถ้ามันใกล้ธาตุ chromium มันก็จะออกมาเป็นสีส้ม (orange)

ข้อสังเกตุที่น่าสนใจคือ ไอออนออกซิเจนที่เป็น “trapped hole” มีพลังเหนิอธาตุโลหะที่มันเลือกที่จะเข้าใกล้ไปจับคู่ด้วย ถ้ามีหลายธาตุอยู่ในผลึกคริสตัลดังกล่าว โอกาสที่มันจะเลือกเป็นธาตุแรกในพลอยคอรันดัมก็คือ chromium ลำดับต่อไปคือธาตุเหล็ก และต่อจากนั้นก็เป็น beryllium หรือ manganese

Beryllium diffusion ในบางครั้งก็ออกมาทำให้เป็นแซฟฟร์สีน้ำเงินเข้มมากๆโดยเกิดจากการ ที่“trapped hole” ไป oxidizing กับธาตุเหล็กทำให้เหมือนเช่นการรวมตัวเป็นสีน้ำเงินของคู่ Fe-Ti (Iron-Titanium) อันนี้จะอธิบายในบทึความต่อไป

How Fast is Diffusion?

การที่จะบรรลุ 80% ของการทำ diffusion จนอิ่มตัวของพลอยขนาด 6 mm ที่อุณหภูมิ 1800 องศาจะใช้เวลาดังนี้

Of Beryllium and Beefsteak 25

การ diffusion ใช้เวลามากน้อยเพียงใด?

การเกิด diffusion ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเป็นออย่างแข็งขันและก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไอออนอย่างแรง เช่นกันซึ่งจัดลำดับจากช้าสุดไปยังเร็วที่สุด

  • ซึ่งโดยทั่วไป ช้าที่สุดก็เป็นเช่นเดียวกับ aluminum ที่มีไอออนจำนวน 3 ไอออน
  • โลหะที่มีไอออนจำนวนมากกว่า aluminum 1 เช่น titaniumม silicon และ zirconium การ diffusion จะเร็วกว่าของ aluminum
  • และไอออนจำนวนมากกว่า aluminum 2 เช่น magnesium และ beryllium ก็จะยิ่งเร็วขึ้ไปอีก
  • ส่วน Hydrogen มีไอออนเป็น 1+ ก็จะมีประสิทธิภาพขนาดเป็น 0 ก็จะเร็วที่สุดเหนือธาตุอื่นใด

What Temperature Require for Diffusion?

เมื่อ conjecture เกิดขึ้นที่บางส่วนมีสีแดง ของ andosen หรือ labradorite อาจเป็นการ diffusion ของธาตุทองแดง ผู้เชี่ยวชาญบางท่านให้ความเห็นว่า plagioclase อาจไม่สามารถให้ความร้อนด้เท่ากับอุณหภูมิที่ทำให้เกดิ diffusion ในพลอยคอรันดัม ดังนั้นมันจึงไม่ควรเป็นการก diffusion ของทองแดง (copper-diffusion) ข้อสรุปนี้ไม่ตรงกับหลักการเกิด diffusion ในของแข็งอย่างสิ้นเชิง

อะไรเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นในการทำให้ เกิด diffusion ตามใจชอบของผลึกคริสตัลในระยะเวลาหนึ่งของการเกิดขึ้นจริง นั้นก็คือผลึกถูกเผาในด้วยความร้อนสูงประมาณ 85% – 90% ของอุณหภูมิที่จุดหลอมตัว (วัดที่ absolute zero) ไม่ใช่ที่อุณหภูมิที่จุดหลอมตัวของคอรันดัม ขอให้เปรียบเทียบระหว่าง คอรันดัม กับ labradorite และ น้ำแข็ง ของทั้งสามสิ่งสามารถนำมาทำการ diffusion ในอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากมาย

  • Corundum ที่ 1800 องศา (จุดหลอมตัวที่ 2050 องศา)
  • Labradorite ที่ 1050 องศา (จุดหลอมตัวที่ 1300 องศา)
  • น้ำแข็งที่ – 27 องศา (จุดหลอมตัวที่ 0 องศา)

Which Gemstone can be Diffused?

ในการเป็นแร่ธาตุที่จะใช้สำหรับ diffusion อัญมณีนั้นๆจะต้องสามารถทำให้ร้อนได้ที่ 90% ของอุณหภูมิณ.จุดหลอมตัวโดยไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะ (decomposition) อัญมณีจะมีส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของ hydrzyle (OH) หรือ fluorine ที่มักทำให้เปลี่ยนโครงสร้าง

Topaz จะเปลี่ยนโครงสร้างไปเป็น mulite น้ำ และ SiF4 ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดหลอมตัว

Chrysoberyle จะหลอมตัวโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างที่ 1850 องศา

ถ้าเช่นนั้น อัญมณีทุกชนิดสามารถทำ diffusion ได้หรือใ? คำตอบคือไม่ แต่บางส่วนสามารถทำได้  Topaz ทำไม่ได้เพราะจะเปลี่ยนสถานะไปเป็น motile น้ำและsilicontetrafluoride ที่อุณหภูมิที่ต่ำมาก ในขณะที่ Chrysoberyle สามารถทำได้ เมื่อมันจับตัวกันเมื่ออุณหภูมิขึ้นถึงจุดหลอมตัว

Of Beryllium and Beefsteak 26

ภาพการเกิด diffusion จากด้านในเมื่อมลทิน (inclusion) ภายในผล฿กเกิดการหลอมละลาย

Diffusion ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากผิวภายนอกเสมอไป เมื่ออัญมณีถูกเผาด้วยเหตุผลบางอย่าง มลทินที่อยู่ภายในอัญมณีอารเริ่มการ diffuse ไปยัง bulk ของผลึก crystal ภาพวาดที่นำเสนอข้างบนเป็นการแสดงกล่องผลึก rutile ที่กำลัง diffusing เข้าไปที่ผลึกของ main corundum ระหว่างที่ให้ความร้อนเพื่อการ heat treatment ทั่วไป

Of Beryllium and Beefsteak 27

ภาพแสดงการเกิด internal diffusion แซฟไฟร์จาก Montana

ภาพถ่ายข้างบนเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้น จริงของการทดลองหนึ่งในสี่ครั้งแสดงการเกิด diffusion อย่างแท้จริง ตัวมลทินเล็กที่สุด (rutile inclusion) เพิ่งจะ diffuse เข้าไปใน corundum ดังได้อธิบายในสไลด์ที่แล้ว อย่างไรก็ตามถ้ามันโตเพียงพอ ตัวที่ใหญ่กว่าอาจทำให้เกิดการร้าวของคอรันดัมก็ได้เพราะการขยายตัวของมัน สูงกว่าการขยายตัวของคอรันดัมเมือถูกเผาที่อุณหภูมิที่สูง จากนั้นการเกิด surface diffusion ก็จะกระจาย titanium ออกไปทั่วผิวของแนวแตกนี้ และจากจุดนี้ก็เคลื่อนตัวเข้าไปในผลึกคอรันดัมด้วยการ bulk diffusion เนื่องจากรอยแตกนี้ไม่ออกมาถึงผิวนอกของพลอย มันก้จะถูกปิดสนิทเมื่อพลอยเย็นตัวลง กำจัดการเกิดสะท้อนแสงของรอยต่อ ดังนั้นมันก็ยังคงไม่สท้อนแสงจานสีน้ำเงินเมื่อเย็นตัวลง สิ่งที่น่าสนใจคือมันขนานกับผิว basal plane ของผลึก crystal

Of Beryllium and Beefsteak 28

(ซ้าย) wafer sapphire 1.75 mm thick ก่อนการเผา (ขวา) หลังการทำ heat treatment

ภาพสองคู่นี้แสดงก่อนการเผา และหลังการให้ความร้อนของ sapphire wafer หนา .75 mm ภาพถ่ายด้านซ้ายถ่ายที่พื้นที่ที่มีแสงที่สว่าง ในขณะที่ภาพด้านขวากลับมีแสงที่มืด wafer ถูกตัดและขัดให้มันตั้งฉากกับแกน c-axis ที่ตั้งฉากกับจอคอมพิวเตอร์

ในภาพถ่ายของ “before” ก่อนการเผา สีน้ำตาลของบริเวณที่เป็นพื้นที่ที่สว่าง (bright field) ปรากฎเป็นเงา pattern หกเหลียม ซึ่งเป็นrutiel รูปเข็ม (needle of rutile) เบื้องต้น (TiO2)

ในภาพถ่ายที่มืด (dark field) ตัวมลทินที่เป็น rutile ออกมายืนอย่างโดดเด่นตรงข้ามที่ชัดเจนเนื่องจากดัชนีการหักเหของแสงมีสูง เมื่อเปรียบเทียบกับของคอรันดัม ดังนั้นมันจึงสะท้อนแสงอย่างมีประสิธิภาพ

เมื่อเจ้า wafer นี้ถูกเผาให้ร้อน ตัวมลทินที่เป็น rutile จะหลอมละลายรวมตัวเข้ากับเนื้อพลอยด้วยกระบวนการ diffusion และไปทำปฎิกิริยากับธาตุเหล็กรวมตัวกันเป็นคู่ Fe-Ti และจึงทำให้เกิดสีน้ำเงิน นี่ก็เป็นกรรมวิธีเดียวกันกับที่อธิบายมาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ข้อสังเกตุ ภาพ dark field หลังการเผาแสดง light scatter น้อยตามจุดที่เป็น rutile ที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนผสมไปแล้ว

ทำไมรูปแบบของ pattern หกเหลี่ยมจึงเบลอจากการทำ titanium-diffusion? การทำ diffusion ใช้เวลาถึง 150 ชั่วโมงและ titanium เคลื่อนตัวประมาณ 0.2 mm อย่างไรก็ตามจาการเผาเพียง 5 ชั่วโมง ดังนั้น titanium จึงเคลื่อนตัวไปได้เพียง 15% ของระยะ แต่มันก็มีแฟคเตอร์อื่น และนั่นก็คือเรื่องวอุณหภูมิ การเผาที่อุณหภูมิ 150 องศาต่ำกว่าการเผาแซฟไฟร์ที่สดงไว้ก่อนนี้ดังนั้นสัมประสิทธิ์การเกิด diffusion จึงต่ำกว่า

ความแตกต่งระหว่างการเกิด diffusion จากภายนอก และการเกิด diffusion จากภายในก็เป็นเรื่องที่อธิบายได้ง่ายๆ

  • การเกิด diffusion จากภายนอก ขึ้นอยู่กับการที่เราเลือกสีย้อม (dye) เป็นธาตุอะไรไปทำให้เกิดสีที่ตั้งเป้าไว้
  • ในขณะที่ การเกิด diffusion จากภายใน เกิดขณะที่ทำการ heat treatment และธรรมชาติผู้เป็นมารดาของอัญมณีเม็ดดังกล่าวเป็นผปู้เลือกสี

Going Forward

ในช่วงครึ่งหลังของสัตวรรษที่ 20 มีนวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มคุณภาพของอัญมณีคุณภาพต่ำให้ดีขึ้นและสวยงามมาก ขึ้นและมีการพัฒนาอย่างวต่อเนื่อง เมื่อการพัฒนาดังกล่าวนำเข้าสู่ตลาดด้วยคุณธรรม และสามารถที่ทำประโยชน์จากอัญมณีที่ต้นทุนอันต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้ทำ แทนที่จะทำดังกล่าว กลับใช้ที่ก้าวหน้ามาฉ้อฉลผู้บริโภคด้วยการเอารัดเอาเปรียบของผู้ค้า จะเป็นไปได้ใหมที่อุตสาหกรรมจิวเวลรี่มักจะใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน่าเพื่อการ ฉ้อฉลเสมอ

About the Author: Dr. John Emmet เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่แนวหน้าของโลกในด้าน heat treatment, physics และ Chemistry ของพลอย corundum ท่านเป็นอดีตกรรมการผู้อำนวยการร่วมของสถาบัน Lawrence Livermore National Laboratory และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน Crystal Chemistry ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาอัญมณีโดยตรง