ทับทิม(ธรรมชาติ)

สินค้า

Diamond - แหวนเพชร (60) Diamond - ต่างหูเพชร (13) Diamond - ข้อมือเพชร กำไลเพชร (0) Diamond - สร้อยคอเพชร (0) Diamond - เพชรร่วง (0) ไข่มุก Southsea - สร้อยคอ (3) ไข่มุก Southsea - ต่างหู (1) ไข่มุก Southsea - แหวน (4) ไข่มุก Southsea - ข้อมือ (0) ไข่มุก Southsea - ครบชุด (0) ไข่มุก Southsea - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก Akoya - สร้อยคอ (0) ไข่มุก Akoya - ต่างหู (0) ไข่มุก Akoya - แหวน (23) ไข่มุก Akoya - ข้อมือ (0) ไข่มุก Akoya - ครบชุด (0) ไข่มุก Akoya - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก อันดามัน - สร้อยคอ (17) ไข่มุก อันดามัน - ต่างหู (30) ไข่มุก อันดามัน - แหวน (0) ไข่มุก อันดามัน - ข้อมือ (0) ไข่มุก อันดามัน - จี้ (11) ไข่มุก อันดามัน - ครบชุด (7) ไข่มุก อันดามัน - เม็ดร่วง (0) พลอยแท้ - แหวน (0) พลอยแท้ - ต่างหู (0) พลอยแท้ - ข้อมือ กำไล (0) พลอยแท้ - สร้อยคอ (0) พลอยแท้ - พลอยร่วง (1) เงินแท้ 925 - สร้อยคอ (0) เงินแท้ 925 - ต่างหู (0) เงินแท้ 925 - แหวน (0) เงินแท้ 925 - กรอบพระ (0) งานอะไล่ทองไมครอน (0) ขายแล้ว (11)

รายการสินค้าทั้งหมด

Login Form



สินค้าในตะกร้า




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

ทับทิม(ธรรมชาติ)

ทับทิม(ธรรมชาติ)

The Nature of Sapphires 1

The Natural Sapphires Company, USA

The Nature of Rubies 1

ธรรมชาติของพลอยทับทิม

The Nature of Rubies

The Nature of Rubies 2

A round ruby

ก็เป็นเหมือนดังพลอย Sapphire อื่นๆ พลอยทับทิม (Rubies) ก็เป็นแซฟไฟร์สารอนินทรีย์ในตระกูลคอรันดัม (corundum) การแบ่งแยกชนิดของสารอนินทรีย์คอรันดัม

  • ใช้เกณฑ์ของสี (color) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งประเภท
  • ลักษณะธรรมชาติการดูดกลืนของแสง (optical phenomenon) อาทิเช่นคุณสมบัติการเกิดประกายเป็นรูปดาว (asterism) เป็นต้น
  • ลักษณะโครงสร้างภายใน (internal features)
  • และคุณสมบัติความโปร่งใส (transparency)

สิ่งที่เป็นคุณสมบัติที่แตกต่างของพลอย ทับทิม (rubies) คือการที่มันเป็นพลอยแซฟไฟร์ที่มีสีแดง (red color) การที่มันเกิดสีแดงเป็นเพราะในโครงสร้างผลึกของมันมีปริมาณธาตุโครเมี่ยมใน จำนวนที่มาก

ในทางสากลต่างก็ยอมรับว่าพลอยทับทิ (rubies) ก็คือพลอยตระกูลคอรันดั้มที่มีสีแดง มันเป็นคนละหลักการของการจำแนกที่เกิดมาของสีแดง การจำแนกประเภทของอัญมณีสีแดง ในประเทศกลุ่มเอเซียอาจรวมไปถึงอาจรวมไปถึงเฉดสีชมพู แต่ในอเมริกาและยุโรป มักจะแยกอัญมณีสีแดงกับอัญมณีสีชมพูออกเป็นคนละประเภทกัน

  • อัญมณีสีชมพูในตระกูลคอรันดัมจะเรียกว่า  pink sapphire
  • อัญมณีสีแดงในตระกูลคอรันดัม โดยสีจะออกแดงปานกลางไปจนถึงแดงเข้มถึงมืด (dark)จะเรียกว่า rubies
The Nature of Rubies 3

A star ruby ring

พลอยทับทิม (rubies) จะมีคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์คือ มันจะสะท้อนแสงฟลูออเรสเซนต์ในแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน แสงฟลูออเรสเซนต์ที่เกิดจากการเปล่งแสงของวัตถุเมื่อมักระทบกับพลังงานแสง อาทิตย์ตอนกลางวัน การที่มันมีคุณสมบัติเปล่งแสงนี้สามารถนำไปใช้เป็นดัชนีชี้ถึงที่แหล่ง กำเนิดมาของมัน พร้อมๆกับการเป็นคุณสมบัติที่บอกถึงความแตกต่างของมันกับอัญมณีชนิดอื่น พลอยทับทิมจากพม่ามีกำเนิดจากหินอ่อนทำให้มันมีคุณสมบัติเปล่งแสงฟูออเรส เซนต์ ส่วนพลอยทับทิมจากไทยและกัมพูชามีแหล่งกำเนิดจากหินบาซอลท์ซึ่งมีธาตุเหล็ก สูง (iron-rich rock) ทำให้ไม่มีคุณสมบัติเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์

มีพลอยทับทิมจำนวนหนึ่งที่สามารถสะท้อน ประกายเป็นรูปดาว (asterism) คำว่า asterism เป็นการเรียกแสงสะท้อนที่เป็นรูปแบบดาว “star patterns” เกิดจากการรวมตัวของมลทินทรงแพรไหม (silk inclusion) บนผิวหน้าพลอยที่เจียรไนทรงหลังเต่า (cabochon sapphires) และพลอยทับทิม (rubies) แสงสะท้อนเป็นประกายรูปดาว 6 แฉกมักจะเกิดขึ้นบนผิวหน้าพลอยทับทิม หากมัเกิดประกายเป็นรูปดาว 12 แฉกนั่นหมายถึงจะได้ราคาที่แพงมาก การเป็นทับทิมประกายดาวเมื่อครั้งแต่โบราณยกย่องว่าเป็นอัญมณีที่วิเศษ (magical) และถือว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่า

The Nature of Rubies 3.1

variouse faceting styles of rubies

The Nature of Rubies 3.3

sugarloaf ruby and diamond ring

The Nature of Rubies 3.4

sugarloaf blue sapphire surrounded by cabochon rubies and diamonds

a beautiful star ruby
The Nature of Rubies 4
A natural untreated ruby

_______________________________________________________________________________________

What Is Natural Rubies? พลอยทับทิมธรรมชาติคืออะไร?

The Nature of Rubies 4

A natural untreated ruby

เมื่อมีการถกเถียงกันเรื่องอัญมณี คำว่าธรรมชาติจะเป็นการกล่าวถึงอัญมณีที่เกิดมาหรือสรรคสร้างด้วยปรากฎการณ์ ของธรรมชาติใต้พื้นพิภพโดยไม่เกิดจากการสรรค์สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ (man-made) หรือการสังเคราห์ (synthetic)

พลอยทับทิม (rubies) เป็นพลอยชนิดแรกๆที่มนุษย์สามารถสรรค์สร้าง (created) ได้ด้วยการเลียนแบบธรรมชาติ (artificial) และมีห้องแล็ปที่เพาะสร้าง (lab-grown) พลอยทับทิมขึ้นมาขายเข้าสู่ท้องตลาดจำนวนมาก พลอยทับทิมสังเคราะห์ (synthetic rubies) สามารถสร้างสรรค์โดย lab-grown จำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งมีกรรมวิธีที่ทราบโดยทั่วกันคือ

  • Pulling Process
  • Flux Growth
  • Frame Fusion
  • Hydrothermal Processes

มันจึงกลายเป็นวัตถุที่ไม่มีราคาและไม่ ใช่สิ่งของหรือวัตถุที่หาได้ยาก นักอัญมณีศาสตร์ที่ผ่านการฝึกอบรมมาเมื่อส่องดูธาตุที่เป็นมลทิน (inclusions) ภายในเนื้ออัญมณีก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่ามันเป็นพลอยทับทิมสังเคราะห์ (synthetic rubies) หรือเป็นพลอยทับทิมจากธรรมชาติ (natural rubies)

พลอยทับทิมส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดทุก วันนี้ ต่างก็ถูกอ้างว่าเป็นพลอยได้จากธรรมชาติ “natural” อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่พลอยทับทิมเหล่านั้นถูกนำไปเพิ่มคุณค่า (treated) หรือนำไปผ่านกระบวนการสารเคมี (chemical procedures) เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มคุณค่า (enhancement) คุณสมบัติของพลอยทับทิมสองประการคือความสะอาด (clarity) และสี (color) ให้สดสวยยิ่งขึ้น การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างครบถ้วน (full disclosure) ถึงประวัติของการเพิ่มคุณค่า (treatment history) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากมูลค่าของมันจะแพงหรือถูกก็ขึ้นอยู่ความเป็นวัตถุที่หาได้ ยาก (rarity) จากธรรมชาติ ซึ่งก็หมายถึงความเป็นพลอยทับทิมที่เกิดแต่ธรรมชาติใต้พิภพที่หายากยิ่งนั่น เอง

The Nature of Rubies 4.1

(left) untreated rough ruby's crystal (right) heat-treated rubies rough cystal

____________________________________________________________________________________

What is an Untreated Rubies? พลอยทับทิมที่ไม่เผาปรุงแต่งคืออะไร?

The Nature of Rubies 5

A natural untreated cushion cut ruby

untreated rubies ก็หมายถึงพลอยทับทิมที่เกิดแต่ธรรมชาติใต้พิภพ (created by natural processes)โดยไม่เคยผ่านกระบวนการเพิ่มคุณสมบัติ (enhancement treatment) ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร้อนหรือผ่านกรรมวิธีที่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น

ที่พบเห็นส่วนใหญ่พลอยทับทิมจะผ่านการ เพิ่มคุณค่า (treated to enhance) คุณสมบัติสองประการคือ ความสะอาด (clarity) และ สี (color) มีการพัฒนากรรมวิธีในการเพิ่มคุณค่าพลอยทับทิมคุณภาพต่ำให้มีคาคาดีขึ้นอยู่ ตลอดเวลา มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ห้องแล็ปที่คอยตรวจสอบคุณภาพพลอยและร้านค้าปลีก (retailer) จะต้องพัฒนาตัวเองเพื่อตรวจสอบและตามให้ทันกับเทคโนโลยีในการเพิ่มคุณค่า ด้วยกรรมวิธีใหม่ๆ (new enhancement) ดังกล่าว นักอัญมณีศาสตร์อาจมีบางครั้งที่ตรวจสอบผิดพลอาด แต่ห้องแล็ปที่รับตรวจสอบจะต้องมีความแม่นยำ (complete accuracy) แบบเต็มร้อย

กรรมวิธีหลายๆแบบที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่ากับพลอยแซฟไฟร์ ก็มักจะถูกนำมาใช้กับพลอยทับทิมได้เช่นกัน กรรมวิธีว่านั้นประกอบด้วย

  • Heat Treatment การเผาด้วยความร้อนสูง
  • Fracture Filling and Flux Healing การเติมสารคล้ายแก้ว และการเติม flux ไปซ่อมแซม
  • Diffusion Processes การเคลือบสี
The Nature of Rubies 5.2

unheated Mong Hsu pigeons blood ruby

(left) before heating (right) after heat treated rough ruby ________________________________________________________________________________________________

Judging Quality in Rubies การประเมินคุณภาพของพลอยทับทิม

The Nature of Rubies 6

a ruby with vivid color and strong saturation

เหมือนกันกับพลอยแซฟไฟร์ (Sapphires) พลอยทับทิม (rubies) ก้ประเมินคุณภาพด้วยคุณลักษณะ 4 ประการต่อไปนี้

  • ความสวยของสี (color)
  • ความสะอาด (clarity)
  • การเจียรไน (cut)
  • น้หนักกะรัต (carat weight)

ในคุณสมบัติทั้งสี่ประการ สี (color) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการประเมินคุณภาพของพลอยทับทิม

ความสวยของสี (color)

เป้าหมายของการประเมินคุณค่าของสี เป็นเรื่องที่ยากสำหรับพลอยทับทิม คำพูดที่ใช้เรียกแต่โบราณเช่นคำว่า สีแดงเลือดนกพิลาป “pigeon’s blood” , สีผลทับทิม “pomegranate”, หญ้าฝรั่น “saffron” และสีดอกกุหลาบจีน “china rose” เคยถูกนำมาเรียกขานเกรดของพลอยทับทิมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามการเรียกขานดังกล่าวก็ไม่เป็นที่รับรู้โดยสากลและเป็นระบบที่ ชัดเจนในการประเมินเกรดของพลอยทับทิมจนปัจจุบัน ปัจจุบันนักอัญมณีประเมินสีของพลอยทับทิมด้วยองค์ประกอบสามประการคือ เฉดสี (Hue), โทนสี (Tone) และ ความอิ่มตัว (Saturate)

Hue หรือเฉดสี ก็คือ ก็คือสีหลักของอัญมณี ในกรณีของพลอยทับทิม (rubies) สีหลักก็คือสีแดง (red) สีที่สอง (secondary color) ในพลอยทับทิมก็มีได้เช่นกัน อาทิเช่นสีส้ม (orange) และสีม่วง (purple) สีที่เป็นสีอุดมคติของพลอยทับทิมคือสีสุกใสสว่าง (vivid), เข้มปานกลาง (medium dark) สีแดงเข้มไปจนถึงแดงออกม่วงเล็กน้อย (red slightly purplish red) พลอยทับทิมเกรดดีของพม่า (fine rubies) จะมีสีม่วงเป็นยสีที่สอง หากว่าทับทิมจะมีเฉดสีเป็นเฉดสีม่วง(purple)และเฉดสีส้ม (orange) จะทำให้พลอยทับทิมเม็ดนั้นมีเกรดต่ำลงซึ่งราคาก็ต่ำลงตามไปด้วย

เมื่อต้องอยู่ในวงการซื้อขายพลอยทับทิม ขอบเขตเส้นแบ่ง (boundary) ระหว่างสีแดงกับสีชมพูก็มักจะเลอะเลือน สถาบันห้องแล็ปตรวจสอบอัญมณีมักจะต้องมีชุดสีมาสเตอร์ (set of master stones) เพื่อใช้ควบคุมมารตฐานการตรวจสอบสีของพลอยทับทิม สีพลอยทับทิมที่ต้องสงสัยก็นำไปเทียบสีกับชุดสีมาสเตอร์ (set of master stones) แล้วสีของมันก็จะสามารถประเมินได้ว่าเป็นแซฟไฟร์สีชมพูหรือทับทิมสีแดง แซฟไฟร์สีม่วง หรือแซฟไฟร์ส้ม ในการแยกแยะระหว่างแซฟไฟร์สีชมพูกับทับทิมสีแดง ยังต้องพิจารณาคุณลักษณะอีกสองประการคือโทนสี (Tone) และ ความอิ่มตัว (Saturate)

The Tone หรือโทนสี สำหรับอัญมณีแล้วหมายถึงการมีโทนสีอ่อน (light) หรือโทนสีเข้ม (dark) ของสีของมัน และกรณีของพลอยทับทิม โทนสีของมันมีผลต่อราคาของทับทิม ส่วน ใหญ่ fine rubies จะเป็นกลุ่มพลอยทับทิมที่มีสีเข้มปานกลาง (medium tone) ไปจนถึงเข้มปานกลางเกือบเข้ม (medium-dark tone) สีทับทิมจะต้องไม่เข้มจนเกินไปมันจะทำให้สีของมันไม่แจ่มชัด (obscure) หรือสีต้องไม่จางจนเกินไปทำให้สีมันปรากฎความไม่แตกต่างชัดเจน พลอยทับทิมของไทยได้ชื่อว่ามีสีแดงเป็นสีแดงการ์เนต (garnet red) เนื่องจากมันมีโทนสีที่เข้ม (dark tone) ในอีกด้านหนึ่งของ spectrum หากสีทับทิมที่มีโทนสีจาง มันอาจถูกจัดให้เป็นแซฟไฟร์สีชมพู (pink sapphire) แม้ว่าจะมีความอิ่มตัว (saturated) ของสีสูง

Saturation ความอิมตัวของสี เป็น องค์ประกอบที่สามของการจัดเกรดสีของพลอยทับทิม เป็นการอธิบายถึงความบริสุทธิ์ (pure) ของสีแดงว่ามีเท่าใด? หรือ ความหนาแน่นของ (intense) ของสีแดงมีมากน้อยเท่าใด? การที่พลอยทับทิมมีระดับความอิ่มตัวของสีทีสูง (high level saturation) นั้นหมายความว่าพลอยทับทิมเม็ดนั้นมีธาตุโครเมี่ยมปนอยู่มากโดยไม่ทำให้เกิด ความเข้มจนมืด (without become dark) ทับทิมเม็ดใดที่มีระดับการอิ่มตัวทของสีที่ระดับต่ำจะอธิบายได้เช่นทับทิมสี น้ำตาลแดง (brownish red) สำหรับ fine rubies แล้วจะต้องมีระดับสีอิ่มตัวที่ระดับ สีแดงสด“strong” หรือ สีแดงสุกใส“vivid” saturation

The Nature of Rubies 7

Rutile needles in a natural ruby

มีแฟคเตอร์อื่นที่มีผลต่อสีของทับทิม เช่นกัน ในกรณีที่ทับทิมสามารถเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์ นั้นย่อมทำให้ภาวะการหนาแน่นของสีของอัญมณีเกิดขึ้นได้ มลทินที่เป็นรูปทรงเข็ม (rutile needles) ทีซ่อนอยู่ลักษณะมลทินเล็กๆระดับ microscopic ภานในเม็ดอัญมณี มันยังสามารถที่จะสะท้อนแสงได้พร้อมกับการที่ยกระดับ (heighten)ของสีในทับทิมด้วย

มันก็เช่นเดียวกับการที่มีแซฟไฟ ร์สาแหรก (star sapphire) พลอยทับทิมก็มีสาแหรกทับทิม (star rubies) เกิดขึ้นได้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะพบในทับทิมที่มีเฉดสีแดงและเฉดสีชมพู สีที่มีราคาสูงคือสีแดงสด (vivid red) และ สีแดงเข้มปานกลาง (medium dark red) เพราะมันมีองค์ประกอบของของมลทินรูปไหม (ต้องการให้มีคุณสมบัติ asterism) star rubies ที่มีสีแดงสดใสจะหาได้ยากมาก ส่วนสีแดงอิ่มตัว (saturated color) จะดูได้เมือ่เป็นทับทิมที่โปร่งแสง (transparent stones)

The Nature of Rubies 8

a ruby with fingerprint inclusion

Clarity ความสะอาด

เช่นเดียวกับแซฟไฟร์ ทับทิมไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะต้องมีความสะอาดสูงเช่นเดียวกับการจัดเกรดความ สะอาดของเพชร ความสะอาดของแซฟไฟร์และทับทิมที่เป็นพลอยจากธรรมชาติจะหายากยิ่งที่จะมีความ สะอาดจนต้องมาตรวจสอบด้วย loupe ที่มีกำลังขยาย 10 เท่า แทนที่จะทำเช่นนั้น ส่วนใหญ่จะนิยมดูด้วยตาเปล่า ความสะอาดสูงสุดที่ให้ได้คือเกรด “eye clean” คือมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นมีมลทินก็ต้องถือว่าเป็นเกรดดีได้แล้ว

Cut การเจียรไน

ส่วนใหญ่พลอยคุณภาพดีในธรรมชาติจะหายาก การเจียรไนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้รูปทรงผสมผสานเพื่อให้สามารถรักษาน้ำหนักพลอย ดิบไว้ให้ได้มากที่สุด

Carat Weight น้ำหนักกะรัต

การชั่งน้ำหนักใช้มารตราเดียวกัยกับการซื้อขายเพชร

ส่วนใหญ่พลอยคุณภาพดีในธรรมชาติจะหายาก การเจียรไนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้รูปทรงผสมผสานเพื่อให้สามารถรักษาน้ำหนักพลอย ดิบไว้ให้ได้มากที่สุด

The Nature of Rubies 6.1

Carmen Lucia ruby one of the largest and finest ruby

_______________________________________________________________________________

Ruby Source

The Nature of Rubies 9

the map of ruby mines in Myanmar

พลอยทับทิมเท่าที่มีการขุดพบก็มีเพียงบางแหล่งเท่านั้นในโลก ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็ได้แก่ทับทิมจากพม่า (Myanmar) และ Sri Lanka

พม่าได้ชื่อว่าเป็น แหล่งทับทิมที่ดีที่สุดในโลก สาเหตุเพราะทับทิมพม่ามีแก่นแท้ของเนื้อพลอยที่เป็นส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบของ ความหนาแน่นของสี (intense color) การมีมลทินใยไหม (silk) และการที่มันเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์ที่เข้ม (strong fluorescence)

ทับทิมในพม่าจะขุดพบในสองแหล่งที่มี ชื่อเสียงคือ Mokok Valley และ Mong Hsu วันเวลาที่เริ่มขุดพบนั้นยากที่จะทราบได้แต่จากคำบอกเล่า Mokok Valley ได้มีการทำเหมืองมากว่าพันปีแล้ว ส่วนแหล่ง Mong Hsu เพิ่งเริ่มทำการขุดพบในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990’s นี้เอง

ในปี 2008 สภาคองวเกรส ของสหรัฐฯผ่านพรบ.ควาบารตการซื้อขายนำเข้าทับทิมและหยก จากพม่า ราคาทับทิมของพม่าถือว่าอยู่ในระดับพรีเมี่ยมเนื่องจากพลอยทับทิมที่ซื้อขาย ในอเมริกาปัจจุบันเป็นสต๊อกเหลือเมื่อก่อนประกาศใช้พรบ.คว่ำบารต

The Nature of Rubies 10

a Mokok rough ruby crystal

Sri Lanka

มีประวัติอันยาวนานของความอุดมสมบูรณ์ ด้านอัญมณีเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกของพลอยแซฟไฟร์ ทับทิม และอัญมณีประเภทอื่นๆ Eutruscan, Greeks และ Roman มีความหลงใหลในทับทิมและ India เรียก Sri Lanka ว่าเป็น “Ratanadeeps” มีความหมายว่าเป็น “เกาะแห่งอัญมณี”

ทับทิมจาก Sri Lanka มักจะมีสีสรรค์สดใสแวววาวมากกว่าจากแหล่งอื่น และมักจะมีความสะอาด (clarity) สูงกว่าแหล่งอื่นเช่นกัน อย่างไรก็ตามพลอยแซฟไฟร์ของ Sri Lanka มักจะมีเฉดสีที่อ่อนกว่า และมักจะมีสีชมพู (pink) หรือสีส้ม (orange) ปนอยู่เป็นสีที่สอง (secondary color) ยังมีคุณสมบัติอื่นรวมอยู่ด้วบ อาทิเช่นการมีคุณสมบัติเปล่งแสงฟลูออเรสเซนต์ และสีเป็นโซนและการมีมลทินที่เป็นแพรไหม

The Nature of Rubies 10.1

an over 10,000 carats ruby crystal from Myanmar

The Nature of Rubies 10.2

a ruby rough crystal in marble from Myanmar

The Nature of Rubies 10.3

an example of color zoning in Myanmar