วิธีเจียรไนพลอย

สินค้า

Diamond - แหวนเพชร (60) Diamond - ต่างหูเพชร (13) Diamond - ข้อมือเพชร กำไลเพชร (0) Diamond - สร้อยคอเพชร (0) Diamond - เพชรร่วง (0) ไข่มุก Southsea - สร้อยคอ (3) ไข่มุก Southsea - ต่างหู (1) ไข่มุก Southsea - แหวน (4) ไข่มุก Southsea - ข้อมือ (0) ไข่มุก Southsea - ครบชุด (0) ไข่มุก Southsea - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก Akoya - สร้อยคอ (0) ไข่มุก Akoya - ต่างหู (0) ไข่มุก Akoya - แหวน (23) ไข่มุก Akoya - ข้อมือ (0) ไข่มุก Akoya - ครบชุด (0) ไข่มุก Akoya - เม็ดร่วง (0) ไข่มุก อันดามัน - สร้อยคอ (17) ไข่มุก อันดามัน - ต่างหู (30) ไข่มุก อันดามัน - แหวน (0) ไข่มุก อันดามัน - ข้อมือ (0) ไข่มุก อันดามัน - จี้ (11) ไข่มุก อันดามัน - ครบชุด (7) ไข่มุก อันดามัน - เม็ดร่วง (0) พลอยแท้ - แหวน (0) พลอยแท้ - ต่างหู (0) พลอยแท้ - ข้อมือ กำไล (0) พลอยแท้ - สร้อยคอ (0) พลอยแท้ - พลอยร่วง (1) เงินแท้ 925 - สร้อยคอ (0) เงินแท้ 925 - ต่างหู (0) เงินแท้ 925 - แหวน (0) เงินแท้ 925 - กรอบพระ (0) งานอะไล่ทองไมครอน (0) ขายแล้ว (11)

รายการสินค้าทั้งหมด

Login Form



สินค้าในตะกร้า




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

วิธีเจียรไนพลอย

วิธีเจียรไนพลอย

Gemstone Cutting

Gemstone Cutting 6

การเจียรไนพลอย gemstone cutting

การเจียรไนพลอยสามารถแบ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองสไตร์คือ

  1. Faceted Gems: ใช้กับอัญมณีที่มีขนาดรูปทรงเลขาคณิต หน้าเจียรไนแบนเรียบ ปัจจุบันนี้ Faceted Gems เป็นสไตร์เจียรไนที่มีความนิยมสูงสุด
  2. Non-Faceted Gems:ใช้กับอัญมณีที่ไม่มีขนาดรูปทรงเลขาคณิต หน้าเจียรไนไม่แบนเรียบ อาทิเช่น cabochon ที่เพี้ยนมาจากคำว่า caboche ภาษาฝรั่งเศสโบราณที่แปลว่าหัวล้าน การเจียรไนสไตร์นี้ได้รับความนิยมมาแต่โบราณ เนื่องจากยุคก่อนนิยมอัญมณีที่มีสีสรรค์ที่เข้ม

เนื่อง จากคุณสมบัติที่มองเห็นจากภายนอกของอัญมณีที่เป็นพลอยมีสีสรรค์ซึ่งแตกต่าง จากเพชรที่มีสีทางอุดมคติเป็นการเฉพาะ ‘brilliant cut’ เหทือนดังของเพชร โรงงานที่เจียรไนพลอยจึงคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆเช่น ชนิดของอัญมณี ขนาดของอัญมณีเมื่อเจียรไนแล้วเสร็จ และคุณภาพของเม็ดพลอยดิบ การเจียรไนพลอยจึงมีผลโดยตรงกับมูลค่าโดยรวมของพลอยที่เจียรไนแล้วเสร็จ จากการที่แสงที่สะท้อนกลับเข้าตาได้สะท้อนความงดงามของพลอยเม็ดดังกล่าวมาก น้อยเพียงใด

โรง งานเจียรไนพลอยมักจะต้องใตร่ตรองทางเลือกระหว่าง “ความสวยงาม” กับมูค่าของพลอย “เชิงพาณิชย์” นั่นก็คือการเปรียบเทียบข้อดีที่สุดระหว่าง “สิ่งที่ปรากฎ” กับ “ขนาด” ของพลอยเม็ดนั้น

เมื่อหลายปีก่อนเคยมีพลอย Canary Yellow Sapphire ขนาด 35 cts ที่จังหวัดจันทบรี ประเทศไทย เป็นอัญมณีที่มีความสวยงามพิเศษสุดและหาได้ยาก แต่ก็มีจุดตำหนิเล็กๆจากการเจียรไนที่ทำให้สัดส่วนของมันผิดเพี้ยนไปเล็ก น้อย ซึ่งก็มีผลทำให้ความสุกใสของพลอยเม็ดดังกล่าวด้อยลงไปเล็กน้อย ปัจจุบันนี้เราสามารถนำพลอยเม็ดดังกล่าวมาเจียรไนเพิ่อมเติม เพื่อให้การสะท้อนแสงภายในของพลอยได้ถึงขีดสุด ‘optimize brilliant’ แต่การทำเช่นนี้ก็มีผลให้พลอยเม็ดดังกล่าวมีน้ำหนัน้อยลง 5 cts บางครั้ง “ขนาด”ก็มีความหมาย เพราะมันทำให้ดูสวยงาม แต่มันไม่มีกฎที่ตายตัวเสมอไป บางครั้ง “ความสวยงาม” ก็อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้สูญเสียเนื้อพลอยดิบมากขึ้นได้เช่นกัน

การ เจียรไนในรูปทรง ‘brilliant cut’ หรือชื่อภาษาไทยว่า “เหลี่ยมกุหลาบ” ของเพชรที่มีผลทำให้เพชรมีการกระจายของแสง (dispersion)เป็นแสงสีรุ้ง หน้าเจียรไนมารตฐานของ round ‘brilliant cut’ คือ 57 องศา หรือ 58 องศาถ้านำมุมของ culet มารวมด้วย ถูกนำมาใช้กับอัญมณีที่เป็นพลอยเช่นกัน ขนาดและสัดส่วนของ ‘brilliant cut’ ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญในการเจียรไนแต่ละยุคแต่ละสมัยให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น Vicenzio Perruzzi (18th Century) Henry Morse ผู้ก่อตั้ง America’s First Diamond cutting workshop in Boston, Massachusetts 1n 1860 และนักคณิตศาสตร์ผู้อัจฉริยะ Marcel Tolkowsky ซึ่งเป็นผู้คำนวนหาหน้าเจียรไนสัดส่วนที่สำคัญที่จะทำให้ round ‘brilliant cut’ สามารถสะท้อนแสงได้ในระดับอุดมคติ

ขั้นตอนการเจียรไนอัญมณีจำพวกพลอย บางครั้งก็เริ่มตั้งแต่การตัดแบ่งพลอยดิบ (slicing),

การ ขึ้นรูปเบื้องต้น (pre-forming) และการขัดแต่ง (polishing) สำหรับขั้ตอนแรก เราต้องอาศัยใบเลื่อยที่มีใบมีดเพชรที่ปลายฟันเลื่อยเพื่อตัดแบ่งอัญมณีให้ ได้ขนาดที่ต้องการ จากนั้นก็ไปขึ้นรูปหรือที่เรียกว่า pre-form ด้วยแผ่นหินเหล็กเจียรที่หมุนด้วยแกนตั้งฉาก การขึ้นรูปจะทำด้วยมือเพื่อให้ได้หน้าเจียรไนที่ได้ขนาดและแม่นยำ ขั้นตอนสุดท้ายคือการขัดเงา polishing หลักการง่ายๆคือเอาผงกากเพชรมาโรยบนแผ่นล้อหมุนในแนวราบ แล้วเอาหน้าเจียรไนของพลอยไปขัดให้มันวาว เพื่อดึงเอาความวาวและความสุกใสในเนื้อพลอยมาอวดโฉมก่ผู้เฝ้าดู

เมื่อ ใดก็ตามที่คุณเป็นผู้กำหนดความพึงพอใจของรูปทรงของอัญมณีที่ได้เจียรไนเสร็จ แล้ว ให้ใช้ checklist ต่อไปนี้ตรวจสอบความถูกต้องแต่ละข้อ

  1. Even (ความสม่ำเสมอ) ตรวจดูว่าสีของพลอยเม็ดดังกล่าว มีความสม่ำเสมอ ไม่มีโซนหนึ่งโซนใดมีสีเพี้ยนไป มิเช่นนั้นจะทำให้พลอยเม็ดดังกล่าวเป็นพลอยสองสี ให้ระลึกเสมอว่าพลอยถูกออกแบบให้ดูที่หน้า Table มองลงไป
  2. Balance (ความสมดุลย์) Symmetry (ความสมมารต) Proportion (ได้สัดส่วน) เมื่อพิจารณาคุณสมบัติทั้งสามจะใช้กับ Classic gemstone shapes and cuts ซึ่งจะแตกต่างกับ Fancy cut gemstones ไม่ว่าจะในรูปทรง standard หรือ variants ให้ใตร่ตนองดูว่าจะออกแบบไปตามรูปทรงของพลอยดิบ หรือเปลี่ยนแปลงไปในรูปทรงใหม่ๆ
  3. Crown height vs Pavilion Dept โดยปกติ crown จะสูงเพียงครึ่งหนึ่งถึงหนึ่งในสามของ pavilion
  4. Acceptable Brilliant ให้ระลึกอยู่เสมอว่าอัญมณีแต่ละชนิดจะมีความสุกใส (brilliant) ที่ต่างกัน ขอให้เมื่อเจียรไนเสร็จแล้วให้อัญมณีเม็ดนั้นดูมีชีวิตชีวา ‘lively gem’
  5. Polished Condition การขัดผิวที่ดีเมือดูด้วยตาต้องไม่เห็นริ้วรอยของการขัดผิวไม่ว่าจะแนวใดๆทั้งสิ้น
  6. Girdle Thickness ให้ได้ขอบความหนาของ girdle ที่พอเหมาะและสม่ำเสมอโดยรอบเม็ด และมุม pavilion bulge ที่เท่าๆกันตลอดโดยรอบเม็ด
  7. Sharpness Facet Junction บริเวณมุมตัดของหน้าเจียรไนต้องคมชัดและตัดกันได้มุมที่ชัดเจน
  8. Visible form Top คุณสมบัติหลักต่างๆของพลอยเม็ดดังกล่าวให้ดูจากบนสุดของมองลงยัง หน้า Table ถ้ามองจากจุดนี้แล้วมีตำหนิจะมีผลต่อการจัดเกรด (grading) เป็นอย่างยิ่ง

Gemstone Cutting – Step by Step by Jim Rentfrow

ผมได้รับการร้องขอจากทั้งลูกค้า เพื่อนๆและคนในครอบครัวถึงเรื่องวิธีการเจียรไนพลอย ผมจึงออกแบบอธิบายขั้นตอนการเจียรไนด้วยภาพถ่ายต่อไปนี้ อัญมณีที่ผมเลือกมาในภาพแรกมีเป็นพลอย rhodolite garmet จากอัฟริกา ขนาดน้ำหนัก 13.3 cts จากรูปทรงของเม็ดพลอยดิบผมเลือกที่จะเจียรไนเป็นทรงพลอยสำเร็จรูปไข่ (Oval) ภาพถ่ายข้างล่างนี้จะอธิบายขั้นตอนการเจียรไนโดยเริ่มจากพลอยดิบไปจนถึงขั้น ตอนพลอยสำเร็จ แต่ละภาพจะอธิบายอย่างลึกเพื่อย้ำว่ามีอะไรบ้างเกิดขึ้นระหว่างการเจียรไน พลอย

step by step 1

Fig. 1: rhodolite rough

ภาพที่1: แสดงด้านหน้าพลอยดิบ rhodolite garmet หมายเหตุ รูปทรงของเม็ดพลอยดิบให้รูปทรงเบื้องต้น pre-formed กับพลอยทรงรูปไข่ (Oval Shape)

step by step 2

Fig 2: rhodolite rough close to Oval Shape

ภาพที่ 2: แสดงด้านหลังพลอยดิบ rhodolite garmet ขั้นตอนแรกของการเจียรไนคือการขึ้นรูป (pre-formed) ให้เม็ดพลอยดิบเข้ารูปทรงไข่ก่อนที่จะเจียรไนหน้าใดหน้าหนึ่ง

step by step 3

Fig. 3: yellow inclusion

ภาพที่ 3: แสดงจุดที่เป็นมลทิน (inclusion) ที่เป็นจุดสีเหลือง yellow spot บรเวณส่วนกลางของเม็ดพลอยดิบ จุดมลทินนี้จะต้องเจียรออกในระหว่างขั้นตอนการเจียรไน

step by step 4

Fig. 4: Pre-forming Process

ภาพที่ 4: ภาพแสดงการขึ้นรูป (pre-formed) ผมเจียรไนให้ได้รูปทรงสันฐานของเม็ดอัญมณีที่ จานหินเจียรไนที่ขนาดทรายหยาบ lap 260 grit ที่ใช้เจียรไนของเพชร โดยกดหน้าสัมผัส ลงบนจาน(lap)ที่หมุนที่ความเร็วสูง การให้น้ำบริเวณที่หน้าสัมผัสจะทำให้การเจียรไนมีประสิทธิภาพและลดอุณหภูมิ ที่เกิดในเม็ดพลอย

step by step 5

Fig.5: illustrate pre-forming process

ภาพที่ 5: เป็นอีกภาพหนึ่งที่แสดงการขึ้นรูป (pre-formed)

step by step 6

Fig. 6: preforming of gemstone

ภาพที่ 6: จะเห็นรูปทรง pre-formed ของการขึ้นรูป ต้องเข้าใจว่ารูปทรงยังไม่สมบูรณ์แบบ มีบางส่วนของเม็ดพลอยยังมีพื้นที่กว้างและลาดชัน บริเวณนี้จะถูกออกแบบให้เป็นหน้ากระดาน(Table) ซึ่งสองจุดนี้จะได้รับการเอาใจใส่ในขั้นตอนการเจียรไนต่อไป

step by step 7

Fig.7: heating dop stick and wax

ภาพที่ 7: เป็นการเตรียมไม้โกรน โดยการเผา wax และปลายไม้โกลน (dip stick) ให้ร้อนเพื่อนำเม็ดพลอยมาติดที่ปลายไม้โกรน

step by step 8

Fig.8: heating gemstone to create good bond with wax and dop stick

ภาพที่ 8: เม็ดพลอยก็ต้องเผาให้ร้อนเช่นกันเพื่อให้เม็ดพลอยสามารถติดแน่นกับ wax ที่ได้เผาให้ร้อนและติดไว้กับปลายไม้โกลนแล้ว ต้องคอยหมุนเม็ดพลอยในการให้ความร้อน เพราะถ้าเผาจุดใดจุดหนึ่งนานเกินไปอาจเป็นเหตุให้พลอยร้าวแตกได้ง่าย

step by step 9

Fig.9: garmet adhere with dop stick with wax

ภาพที่ 9: ภาพแสดงเม็ดพลอยติดแน่นกับปลายไม้โกรน

step by step 10

Fig.10: change lap from 260 grit to a 600 grit lap

ภาพที่ 10: จากนี้ผมก็เจียรไนให้ได้รูปทรงดูสม่ำเสมอรอบเม็ด เพื่อให้การเจียรไนสะดวกขึ้น ผมได้เปลี่ยนจานเจียรไนจากชนิดทรายหยาบ lap 260 grit เป็นทรายละเอียด lap 600 grit เพื่อชลอการเจียรไนทำให้ผมสามารถควบคุมอัตราการสึกของหน้าพลอยได้ดีมากขึ้น

step by step 11

Fig. 11: shows the finished outlined stone

ภาพที่ 11: ภาพแสดงผิวด้านนอก outlined ของเม็ดพลอยที่ preformed เสร็จ ดูจากภาพจะเห็นผิวภายนอกค่อนข้างสม่ำเสมอ ซึ่งก็ถือว่ารูปทรงอยู่ในเกณฑ์ดี

step by step 12

Fig. 12: Finished Outlined stone

ภาพที่ 12: ภาพแสดงผิวด้านนอก outlined ของเม็ดพลอยที่ preformed อีกด้าน

step by step 13

Fig. 13: 45 degree adapter dop

ภาพที่ 13: หลังจากทำ outlined เสร็จแล้ว ผมใช้อแดปเตอร์ dop 45 องศามาติดตั้งบนเครื่อง เจียรไน MDR แท่ง Adapter dop นี้จะใช้เจียรไนที่ 90 องศาของหน้ากระดาน (Table) ช่างเจียรไนจะต้องตั้งแท่ง dop นี้ยึดกับพลอย garmet ให้เอียง 45 องศา แล้วจับแท่งให้เอียง 45 องศากับจานเจียรไน ทั้งสองมุมรวมกันก็จะได้ 90 องศาและทำให้ได้หน้าเจียรไนที่แบนราบของหน้ากระดาน (Table)

step by step 14

Fig. 14: the table being cut

ภาพที่ 14: แสดงอีกมุมมองหนึ่งของการเจียรไนหน้ากระดาน (Table)

step by step 15

Fig. 15: crown facets are faceted

ภาพที่ 15: เป็นภาพแสดงหน้ากระดาน (Table) ที่เจียรไนเสร็จ ข้อสังเกตุ จะเห็นได้ว่าด้านล่างขวาของหน้ากระดาน (Table) ยังไม่เรียบนัก จุดนี้จะถูกเจียรออกไปในขั้นตอนการสร้างหน้าเจียรไนของเหลี่ยมต่างๆขณะเจียร ไนส่วนของ Crown

step by step 16

Fig. 16: establish a level of girdle

ภาพที่ 16: ขั้นตอนต่อไปของการเจียรไนคือการสร้างหน้าเจียรไนเหลี่ยมต่างๆของ crown ขั้นตอนนี้จะถอด adapter 45 องศาออก ให้ติดตั้งกับไม้โกรน (dop) เข้าไปกับเครื่องเจียรไน มุมของไม้โกรน (dop) ให้เปลี่ยนเป็นมุมของหน้าเหลี่ยม crown สำหรับบริเวณเหลี่ยมสุดท้ายของรูปไข่เพื่อให้แนวขอบ girdle ได้ระดับ

step by step 17

Fig. 17: main crown facets have been cut

ภาพที่ 17: แสดงภาพ 8 หน้าเจียรไนหลักของ crown หลังเจียรไนเสร็จแล้ว

step by step 18

Fig. 18: star facets were added

ภาพที่ 18: แสดงหน้า star facets หลังเจียรไนเพิ่มเข้าไป

step by step 19

Fig. 19: crown facets have been added into the rough stone

ภาพที่ 19: ภาพแสดงเน้นให้เห็นทุกหน้าเหลี่ยมเจียรไนของ crown หลังเจียรไนแล้วเสร็จบนเม็ดพลอยดิบ

step by step 20

Fig. 20: garmet before polishing

ภาพที่ 20: เป็นภาพแสดงหน้าของ garmet ก่อนทำการขัด polishing ข้อสังเกตุ ขอบของหน้าเจียรไนแต่ละหน้ายังไม่สัมผัสกันดีนัก จุดเหล่านี้จะถูกปรับแต่งขณะทำขั้นตอนการขัดผิวของ crown ด้วยการที่เราเผื่อเหลือผิวไว้ในขั้นตอนการเจียรไนทำให้เรามีพื้นที่เพียงพอ ที่จะขัดผิวและส่วนใหญ่ขั้นตอนขัดผิวจะทำให้ขอบของแต่ละหน้าเหลี่ยมเจียรไน มาชนกันอย่างสมบูรณ์

step by step 21

Fig. 21: polished table of garmet

ภาพที่ 21: ภาพแสดงผิวหน้ากระดาน (Table) อีกครั้งหนึ่งที่เรานำเอา adapter dop 45 องศามาติดตั้งกับแกนไม้โกรน (dop) แทนที่จะใช้จานหินเจียรทรายขนาด 600 grit diamond lap เรานำจานหินเจียรทองแดงกับกากเพชรขนาด 50k มาใช้แทน ขั้นตอนการขัดจะอยู่ที่การใช้จานหินเจียรที่เป็นทองแดงหรือเซรามิก และทุกหน้าเหลี่ยมเจียรไนของพลอยจะมีเหตุผลในตัวมันเองว่าควรใช้จานเจียรไน แบบใหน สำหรับผม ผมเลือกใช้จานเจียรไนทองแดง หรือ BATT ควบคู่กับการใช้กากเพชรเบอร์ 50k

step by step 22

Fig. 22: next step is polish main crown facets

ภาพที่ 22: หลังจากขัดผิวหน้ากระดาน (Table) ขั้นตอนต่อไปคือการขัดผิวส่วนที่เป็น main crown facets ภาพนี้แสดงหลังการขัดหน้าเจียรไน main crown facets ด้วยจานเจียรไนทองแดงกับผงกากเพชรเบอร์ 50k

step by step 23

Fig. 23: crown facets after polishing

ภาพที่ 23: อีกมุมมองหนึ่งของ main crown facets หลังการขัดผิวแล้วเสร็จ

step by step 24

Fig. 24: shows perfect meeting with main facets

ภาพที่ 24: ภาพนี้แสดงหน้าเหลี่ยมเจียรไนของ star facets หลังการขัดผิว แต่จุดสัมผัสกับ main facets ยังไม่สมบูรณ์

step by step 25

Fig. 25: star facets after have been polished

ภาพที่ 25: เป็นอีกมุมมองหนึ่งของหน้าเจียรไน star facets หลังการขัดผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

step by step 26

Fig. 26: girdle polished and pavilion cut

ภาพที่ 26: ขอบผิวของ girdle จะเป็นชุดสุดท้ายที่จะทำการขัดผิว ก่อนที่จะทำการเจียรไนหน้าเหลี่ยมของ pavilion ภาพนี้แสดง crown facets หลังจากองค์ประกอบของ crown ทั้งสามระดับได้ทำการขัดผิวแล้วเสร็จ

step by step 27

Fig. 27: shows polished facets

ภาพที่ 27: แสดงอีกมุมมองหนึ่งของเหลี่ยมเจียรไนของ crown ได้ขัดแล้วเสร็จ

step by step 28

Fig. 28: polishing at crown facets by paste of 8k diamond powder

ภาพที่ 28: การขัดขอบ girdle เป็นขั้นตอนท้ายสุดของการขัดหน้าเจียรไนต่างๆของ crown การใช้สารช่วยขัดก็แตกต่างกัน แทนที่จะใช้เป็นลักษณะผง ก็มาใช้เป็นแบบแป้งเปียกผสมกากเพชร 8k ผมสามารถขัด girdle ได้หลังจากขอบ outlined ได้ทำเสร็จ อย่าสงไรก็ตาม ผมเลือกที่จะรอมาทำในขั้นตอนนี้ การขัดผิว girdle จะใช้เวลาน้อยลงจากเดิม

step by step 29

Fig. 29: polished girdle

ภาพที่ 29: ภาพนี้ถ่ายเพื่อแสดงขอบ girdle โดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องขัดผิวทั้งหมดเพราะผิวส่วนใหญ่จะถูกเจียร์ทิ้งขณะทำการเจียรไน หน้า pavilion

step by step 30

Fig. 30: stone transfered to another stick

ภาพที่ 30: ภาพแสดงส่วนที่เป็น pavilion ของเม็ดอัญมณีหลังจากย้ายเม็ดอัญมณีจากโกรน dop อันเดิมมาเป็นโกรน dop อันใหม่ที่จะใช้เพื่อเจียรไนหน้า pavilion ข้อสังเกตุให้พิจารณาเนื้อพลอยที่ผ่านการขัดผิวกับเนื้อพลอยที่ยังไม่ได้ขัด ผิว

step by step 31

Fig. 31: show pavillion cutting

ภาพที่ 31: ผมแค่ถ่ายภาพในขั้นตอนการเจียรไน ใจผมก็อยาจะให้อัญมณีเสร็จโดยเร็ว

step by step 32

Fig. 32: polishing on the copper lap with 50k diamond polish

ภาพที่ 32: ภาพนี้แสดงผิวสี่ด้านจากยอดแหลมของ pavilion ที่ขัดผิวบนจานเจียรไนทองแดงกับกากเพชรเบอร์ 50k เสร็จแล้ว

step by step 33

Fig. 33: facets after polishing

ภาพที่ 33: ภาพด้านข้างของเหลี่ยมเจียรไนที่ขัดผิวเสร็จแล้ว

step by step 34

Fig. 34: pavilion facets have been polished

ภาพที่ 34: อีกสองหน้าเจียรไนของ pavilion facets ได้ขัดแล้วเสร็จ ขนาดพลอยเม็ดนี้เริ่มมีขนาดใกล้เคียงตามที่ทำ

step by step 35

Fig. 35: tip of oval prior polish

ภาพที่ 35: ภาพแสดงด้านปลายของรูปไข่ (tips of the Oval) ที่ยังไม่ได้ขัดผิว ท่านสามารถสังเกตุบริเวณส่วนกลางของรูปทรงไข่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาต่างก็ ยังไม่ดืทำการขัดผิว แต่จะทำในขั้นตอนต่อไป

step by step 36

Fig. 36: reflecting of light

ภาพที่ 36: บริเวณที่เป็นพื้นที่สีขาวที่เป็นจุดกึ่งกลางของเม็ดพลอย เป็นแสงสะท้อนของผิวที่ขัดในส่วนกลางของเหลี่ยมเจียรไน

step by step 37

Fig. 37: middle facets being completely polished

ภาพที่ 37: เป็อีกมุมมองหนึ่งที่แสดงจุดกึ่งกลางของหน้าเจียรไนที่ขัดผิเสร็จเรียบร้อย แล้ว เหลืออีกเพียง 8 หน้าที่เหลือที่ยังไม่ได้ทำการขัด

step by step 38

Fig. 38: facets meeting perfectly

ภาพที่ 38: ภาพแสดง pavilion ที่ขัดแล้วเสร็จทุกหน้าแสดงทุกผิวสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์

step by step 39

Fig. 39: shows pavilion facets completely polished

ภาพที่ 39: แสดงหน้าเจียรไนเหลี่ยมตัวที่อยู่ตรงกลางผ่านการขัดผิวแล้ว

step by step 40

Fig. 40: shows 4.98 cts finished garmet

ภาพที่ 40: ภาพนี้แสดง gamet น้ำหนัก 4.98 cts ที่จัดทำเป็นเม็ดพลอยเสร็จเรียบร้อย น้ำหนักของเม็ดพลอยสำเร็จทำให้ได้ yield 37.44% จากอัญมณีพลอยดิบขนาดน้ำหนัก 13.30 cts

Gemstone Cutting 5

Caparative 3 Eras: 800BC, 19th Century, 20th Century

Gemstone Cutting 4

Gemstone Cutting : Pre-forming, Shaping and Polishing

Gemstone Cutting 3

Round Briliant Cuts

Gemstone Cutting 2

Classic Gemstone shapes and cuts

Gemstone Cutting 1

the Oval is the most common shape for coloured gemstones