Posted on Leave a comment

รูปร่างของเพชร มีอะไรบ้าง?

  • Round Brilliant Shape (ทรงกลมเหลี่ยมเกสร): เป็นทรงที่สามารถเปล่งประกายระยิบระยับได้มากที่สุด ทำให้เป็นที่นิยม และราคาแพงกว่ารูปทรงอื่นที่น้ำหนักเท่ากัน เนื่องจากการทำจะเสียเนื้อเพชรมากที่สุด
  • Princess Shape (ทรงปริ้นเซส หรือทรงจัตุรัส): เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมคม
  • Brilliant modified, Cushion Shape (ทรงหมอน): เป็นทรงสี่เหลี่ยมขอบมนคล้ายหมอน
  • Asscher shape (ทรงเหลี่ยมขั้นบันได): เป็นการดัดแปลงจากทรงเหลี่ยมมรกต ผสมทรงกลม ทำเหลี่ยมขั้นบันได หากดูจากมุมบนจะคล้ายกับทรงหลังเต่าแปดเหลี่ยม, ชื่อแอสเชอร์เรียกตามบริษัทผู้ทำทรงนี้ครั้งแรก.
  • Emerald Shape (ทรงสี่เหลี่ยมมรกต): หน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม หน้าเพชรจะกว้างกว่าทรงอื่นๆ และมีการเจียระไนเหลี่ยมแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยใช้เจียระไนมรกตมาก่อนจึงเรียกชื่อตาม
  • Heart Shape (ทรงหัวใจ): เป็นทรงที่ทำขึ้นในเชิงสัญลักษณ์ของความรัก
  • Marquise Shape (ทรงมาคีส์ หรือเม็ดข้าวสาร): เป็นทรงที่ทำตามแบบรูปปากของคนที่พระเจ้าหลุยส์ แห่งฝรั่งเศส โปรดปราน จึงเรียกชื่อแบบตามชื่อนาง
  • Oval Shape (ทรงไข่): คล้ายทรงกลมแต่ทำให้ยาวออก เป็นการทำให้ทรงนี้มีจุดเด่นที่หน้าเพชรกว้างกว่าทรงกลมที่น้ำหนักเท่ากัน เหมาะกับสำหรับสุภาพสตรีที่มีแขนเล็ก นิ้วสั้น ทำให้ดูนิ้วยาวเรียวขึ้น
  • Pear Shape (ทรงหยดน้ำ): เป็นแบบผสมของทรงไข่กับทรงมาคีส์ เหมาะกับการทำจี้สร้อยคอหรือต่างหู หากทำแหวน การสวมใส่จะต้องให้ปลายแหลมหันเข้าหาตัวผู้ใส่ถือเป็นสัญลักษณ์แทนความมุ่งมั่นของทรงนี้ เป็นแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถือเป็นทรงคลาสสิค นิยมตลอดกาล
  • Radiant Shape (ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส): แบบผสมของทรงกลมเหลี่ยมเกสร และทรงเหลี่ยมมรกต คล้ายแอสเชอร์แต่จะเห็นเหลี่ยมแบบบันไดมากกว่า คล้ายทรงปริ้นเซสแต่มุมจะไม่คมแบบปริ้นเซส, เป็นทรงที่สามารถเปล่งประกายได้สวยงามเป็นรองแค่ทรงกลมเท่านั้น
  • Trilliant – Trillion Shape (ทรงสามเหลี่ยม): เหมือนโล่ห์เป็นแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนทรงอื่น แต่มีเหลี่ยมน้อยที่สุด คือ 40-41เหลี่ยม, ทรงอื่น หากไม่ทรงกลม ก็ทรงสี่เหลี่ยม หรือดัดแปลงจากกลมกับสี่เหลี่ยม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *